การแต่งตั้ง "โมจตาบา คาเมเนอี" ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองทั้งในและนอกประเทศ หลายฝ่ายมองว่าเป็นการตอกย้ำอำนาจกลุ่มสายแข็ง และทำให้โอกาสเจรจาเป็นไปได้ยาก และนี่คือประวัติของโมจตาบา คาเมเนอี และสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน
1. เป็นลูกชายของผู้นำสูงสุดคนก่อน
โมจตาบา คาเมเนอี เป็นบุตรชายคนที่สองของ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งดำรงตำแหน่งมานานเกือบ 40 ปี ก่อนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอล
การขึ้นสู่อำนาจของเขาถูกมองว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญ เนื่องจากหลังการปฏิวัติอิสลามในปี 1979 ชาวอิหร่านจำนวนมากเชื่อว่าประเทศจะไม่กลับไปสู่ระบบการสืบทอดอำนาจแบบ "พ่อสู่ลูก" อีก แต่การแต่งตั้งครั้งนี้ทำให้หลายฝ่ายมองว่าระบบการเมืองของอิหร่านกำลังมีลักษณะคล้ายราชวงศ์มากขึ้น
2. ได้รับเลือกจากสภานักบวช
ตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกเลือกโดย Assembly of Experts หรือสภาผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นสภานักบวช 88 คนที่มีหน้าที่คัดเลือกผู้นำสูงสุดของประเทศ
การเลือกโมจตาบาเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญสงครามและแรงกดดันจากนานาชาติ โดยผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าระบอบการปกครองต้องการความต่อเนื่องของนโยบายเดิม
3. บุคคลลึกลับที่มีอิทธิพลสูง
โมจตาบา คาเมเนอี เกิดปี 1969 และได้รับการศึกษาทางศาสนาเช่นเดียวกับพี่น้องของเขา แม้จะไม่เคยได้รับตำแหน่งทางการเมืองสำคัญในรัฐบาลมาก่อน แต่เขาเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังมานาน
เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นสถาบันทางทหารและเศรษฐกิจที่ทรงอำนาจของอิหร่าน
...
นักวิเคราะห์มองว่าเครือข่ายของ IRGC และกลุ่มสายแข็งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเขา
4. เคยถูกสหรัฐคว่ำบาตร
ในปี 2019 โมจตาบาถูกคว่ำบาตรโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา หลังถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทสนับสนุนนโยบายภูมิรัฐศาสตร์ของบิดา และช่วยผลักดันเป้าหมายทางการเมืองภายในประเทศ
ด้านประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุก่อนหน้าที่จะมีการประกาศชื่ออย่างเป็นทางการว่า การที่โมจตาบาขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้
5. ถูกมองว่าอยู่เบื้องหลังการเมืองสายแข็ง
นักสังเกตการณ์จำนวนมากเชื่อว่า โมจตาบามีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2005 โดยใช้เครือข่ายของกองกำลัง IRGC สนับสนุนการหาเสียง
เมื่อเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2009 หลังการเลือกตั้งที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต เขายังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังการปราบปรามผู้ประท้วง
6. อนาคตอิหร่านอาจยิ่งแข็งกร้าว
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า การขึ้นสู่อำนาจของโมจตาบาอาจทำให้กลุ่มสายแข็งในอิหร่านยิ่งมีอำนาจมากขึ้น และเป็นการยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงดำเนินนโยบายตามแนวทางของผู้นำคนก่อน
ด้านผู้อำนวยการของ Carnegie Middle East Center ระบุว่า การเลือกเขาเป็นผู้นำสูงสุดอาจสะท้อนถึงความตั้งใจของผู้นำอิหร่านที่จะรักษาเสถียรภาพของระบอบการปกครอง และส่งสัญญาณว่าความกดดันทางทหารจากสหรัฐและอิสราเอลจะไม่ทำให้อิหร่านเปลี่ยนจุดยืน
ขณะที่ เดวิด เพเทรียส อดีตผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ หรือ ซีไอเอ ได้ให้สัมภาษณ์กับ เจสสิกา ดีน ผู้สื่อข่าวของ CNN โดยระบุว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านมีแนวโน้มจะดำเนินแนวทางทางการเมืองและศาสนาแบบสายแข็ง ต่อเนื่องจากบิดาของเขา และจะยังคงยึดแนวคิดแบบอุดมการณ์เข้มข้นในฐานะนักบวชระดับสูง ซึ่งอาจทำให้ทิศทางนโยบายของอิหร่านไม่เปลี่ยนแปลงมากนักซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะหลายฝ่ายต่างหวังจะได้ผู้นำที่ยืดหยุ่นกว่า เพื่อนำไปสู่หนทางประนีประนอมหรือการเจรจา.
ที่มา : CNN
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ