อะห์มัด วาฮิดี กลายเป็นบุคคลที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในอิหร่าน หลังได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม โดยนักวิเคราะห์นิยามว่ามีความคุ้นเคยกับสหรัฐฯมาก่อน
ตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีอำนาจสูงสุดในอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเผชิญสงครามเต็มรูปแบบกับสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งทำให้ผู้นำทางทหารระดับสูงของอิหร่านหลายคนถูกสังหาร
วาฮิดีเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการ IRGC หลังจากผู้บัญชาการก่อนหน้าอย่าง พลเอก โมฮัมหมัด ปักปูร์ ถูกสังหารในช่วงเริ่มต้นของการโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอล
ก่อนหน้านั้นไม่นาน ผู้บัญชาการ IRGC อีกคนคือ ฮุสเซน ซาลามี ก็ถูกสังหารเช่นกันในช่วงสงครามเมื่อปี 2025 ทำให้ตำแหน่งผู้นำขององค์กรทหารสำคัญนี้เปลี่ยนมือหลายครั้งภายในระยะเวลาไม่นาน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า ตำแหน่งผู้บัญชาการ IRGC ในช่วงสงครามถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน
วาฮิดีเป็นหนึ่งในสมาชิกยุคแรกของ IRGC หลังการปฏิวัติอิสลามในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และไต่เต้าขึ้นมาในองค์กรอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1980
นักวิเคราะห์เผย มีความคุ้นเคยกับสหรัฐฯและอิสราเอล
ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มีรายงานว่า อะห์มัด วาฮิดี มีส่วนร่วมในการติดต่ออย่างลับระหว่างตัวแทนของอิหร่านกับตัวกลางที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลของประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน ในขณะนั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาว อิหร่าน–คอนทรา ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ แอบอำนวยความสะดวกในการส่งอาวุธให้กับอิหร่านอย่างลับ ๆ
ซึ่ง อาลี อัลโฟเนห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจากสถาบันวิจัย Arab Gulf States Institute ในกรุงวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า วาฮิดีมีความ "คุ้นเคยอย่างลึกซึ้ง" กับอิสราเอลและสหรัฐฯ จากการมีส่วนร่วมในการเจรจาลับดังกล่าวนั่นเอง
...
ทั้งนี้ สื่อของอิหร่านระบุว่า เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังพิเศษ Quds Force ระหว่างปี 1988-1997 ก่อนส่งต่อหน้าที่ให้กับ กอเซม โซไลมานี ในปี 1998
ต่อมาโซไลมานีก็ถูกสังหารจากการโจมตีด้วยโดรนของสหรัฐในปี 2020 ตามคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐในขณะนั้นคือโดนัลด์ ทรัมป์
มีบทบาทหลายด้านนอกจากกองทัพ
อย่างไรก็ตาม บทบาทของ อะห์มัด วาฮิดี ต่างจากผู้บัญชาการ IRGC หลายคนในอดีต และไม่ได้มีบทบาทเฉพาะในกองทัพเท่านั้น โดยเขาเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีกลาโหม ในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดี มาห์มูด อาห์มาดิเนจาด และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีมหาดไทย ในรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซีก่อนออกจากตำแหน่งในปี 2024
ประสบการณ์ทั้งในระบบราชการ การเมือง และกองทัพ ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลสูงในโครงสร้างอำนาจของอิหร่าน
แม้วาฮิดีจะมีบทบาทสำคัญในรัฐอิหร่าน แต่ชื่อของเขาก็ถูกเชื่อมโยงกับข้อกล่าวหาหลายประการ
องค์การตำรวจสากล Interpol เคยออกหมายแดงตามคำร้องของอาร์เจนตินา จากข้อกล่าวหาว่าเขาอาจเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดศูนย์ชุมชนชาวยิว AMIA Jewish Community Center ในกรุงบัวโนสไอเรสเมื่อปี 1994 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 85 คน แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ และระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล
นอกจากนี้ สหรัฐและสหภาพยุโรปยังคว่ำบาตรวาฮิดี จากบทบาทที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการประท้วงทั่วประเทศหลังการเสียชีวิตของ แมฮ์ซอ แอมีนี ในปี 2022
บทบาทสำคัญในอนาคตของอิหร่าน
นักวิเคราะห์มองว่า การแต่งตั้งวาฮิดีสะท้อนความพยายามของผู้นำอิหร่านในการเลือกบุคคลที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถรักษาเสถียรภาพของรัฐได้ในช่วงวิกฤต
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า กองกำลัง IRGC ถือเป็นเสาหลักของระบอบการปกครองของอิหร่าน และบทบาทของผู้บัญชาการองค์กรนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศ
ในช่วงเวลาที่ผู้นำทหารระดับสูงจำนวนมากถูกสังหารจากสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ ชื่อของวาฮิดีจึงถูกจับตามองมากขึ้นว่าอาจกลายเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการเมืองและความมั่นคงของอิหร่านในอนาคต.
ที่มา : Aljazeera
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ