ทรัมป์สั่งปลด คริสตี โนเอม พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ หลังเผชิญเสียงวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากการปราบผู้อพยพในมินนิโซตา และปมแคมเปญโฆษณามูลค่า 220 ล้านดอลลาร์
เมื่อ 5 มี.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งปลด คริสตี โนเอม ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิแล้ว หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการบริหารงานของเธอ รวมถึงการจัดการมาตรการปราบปรามผู้อพยพของรัฐบาลและการตอบสนองต่อภัยพิบัติ
ทรัมป์ระบุว่าเขาจะเสนอชื่อ นายมาร์กเวย์น มัลลิน สว.รัฐโอกลาโอมา สังกัดพรรครีพับลิกันให้ดำรงตำแหน่งแทน โดยทรัมป์ได้ประกาศเรื่องนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพียงสองวันหลังจากที่ โนเอมถูกสมาชิกพรรครีพับลิกันและเดโมแครตซักฟอกอย่างหนักในสภาคองเกรส ปมแคมเปญโฆษณาของกระทรวงซึ่งใช้งบประมาณถึง 220 ล้านดอลลาร์
นายทรัมป์บอกด้วยว่า จะแต่งตั้งให้โนเอมดำรงตำแหน่ง “ทูตพิเศษเพื่อการคุ้มครองอเมริกา” (Special Envoy for The Shield of the Americas) ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มด้านความมั่นคงใหม่ที่เขาระบุว่าจะมุ่งเน้นไปที่พื้นที่ในซีกโลกตะวันตก
ด้านโนเอมได้ขึ้นเวทีในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี เพื่อกล่าวสุนทรพจน์ในงานด้านการบังคับใช้กฎหมายเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่ทรัมป์ประกาศคำสั่งปลด แต่เธอไม่ได้กล่าวถึงการถูกไล่ออกจากกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิในทันที โดยเธอเลือกที่จะอ่านตามบทพิจารณาที่เตรียมมา
ทั้งนี้ คริสตี โนเอม กลายเป็นสมาชิกระดับรัฐมนตรีของรัฐบาลทรัมป์ 2.0 คนแรกที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยการลงจากตำแหน่งของเธอเป็นการปิดฉากวาระการทำงานอันวุ่นวายในการกำกับดูแลกลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ซึ่งเผชิญกับทั้งการประท้วงและการฟ้องร้องทางกฎหมายมากมาย
...
โนเอมถูกโจมตีอย่างหนักจากการที่เธอผลักดันนโยบายปราบคนเข้าเมืองอย่างแข็งกร้าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ จนนำไปสู่การยิงพลเมืองอเมริกันเสียชีวิต 2 ศพในรัฐมินนิโซตาเมื่อเดือนมกราคม จุดกระแสความโกรธแค้นของประชาชนและเกิดการประท้วงรุนแรงตามมา
เก้าอี้ของโนเอมสั่นคลอนมากยิ่งขึ้นอีกหลังจาก การไต่สวนของสภาคองเกรสในสัปดาห์นี้ ซึ่งเธอต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรงจากสมาชิกสภาฝ่ายรีพับลิกันด้วยกันเอง โดยประเด็นที่ถูกตรวจสอบอย่างหนักคือ แคมเปญโฆษณามูลค่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่มีตัวเธอเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อรณรงค์ให้ผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายเดินทางออกไปโดยสมัครใจ
โนเอมบอกกับสมาชิกสภาว่าทรัมป์รับทราบเรื่องแคมเปญนี้ล่วงหน้าแล้ว แต่ทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters เมื่อวันพฤหัสบดี โดยระบุว่าเขาไม่ได้เป็นผู้อนุมัติแคมเปญโฆษณานี้
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องคนเข้าเมืองแล้ว โนเอมยังถูกวิจารณ์ รวมถึงจากคนในพรรครีพับลิกันเอง เกี่ยวกับความล่าช้าในการอนุมัติงบประมาณฉุกเฉินผ่านสำนักงานจัดการภาวะฉุกเฉินส่วนกลาง (FEMA) และการตอบสนองต่อภัยพิบัติต่างๆ ของรัฐบาลทรัมป์ด้วย
ตอนนี้กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) ภายใต้การดูแลของเธอยังเผชิญกับภาวะชัตดาวน์ (Shutdown) มานานกว่า 20 วันแล้ว เนื่องจากงบประมาณไม่ได้รับการอนุมัติ แต่พนักงานจำนวนมากยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปโดยไม่ได้รับค่าจ้าง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna