อิหร่านเปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเชื้อสายอิหร่านในเขตเคอร์ดิสถานของอิรัก โดยใช้ทั้งขีปนาวุธและโดรน ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดเพิ่มขึ้นจากกระแสข่าวว่าสหรัฐฯ อาจหนุนกลุ่มเคิร์ดเข้าร่วมการต่อสู้กับอิหร่าน
กองทัพอิหร่านเปิดเผยว่าได้โจมตีสำนักงานใหญ่ของกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเชื้อสายอิหร่านในพื้นที่เคอร์ดิสถานทางตอนเหนือของอิรัก โดยระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธ 3 ลูกโจมตีกลุ่มเคิร์ดที่ต่อต้านการปฏิวัติอิสลามในอิรัก ตามรายงานของสื่อทางการอิหร่าน
การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค หลังมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ อาจต้องการให้กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ดเข้าร่วมการต่อสู้กับอิหร่าน ขณะที่ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่านยังคงดำเนินต่อไป
แหล่งข่าวยืนยันว่า การโจมตีของอิหร่านในช่วงวันอังคารและวันพุธส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน และบาดเจ็บ 3 คน โดยฐานที่มั่นแห่งหนึ่งถูกขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้นักรบเคิร์ดเพชเมอร์กาได้รับบาดเจ็บ 4 คน และมี 1 คนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
พื้นที่ฐานทัพดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนัก อาคารหนึ่งถูกทำลายจนพังถล่ม มีเศษซากคอนกรีตและโลหะกระจัดกระจายเป็นบริเวณกว้าง รวมถึงมีหลุมขนาดใหญ่จากแรงระเบิดของขีปนาวุธ
ขณะเดียวกัน ฐานอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นของพรรคประชาธิปไตยเคอร์ดิสถานแห่งอิหร่าน (KDPI) ถูกโจมตีด้วยโดรนสองลำเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้พลเรือนอย่างน้อย 1 คนได้รับบาดเจ็บ
ผู้นำทางการเมืองระดับสูงของ KDPI ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อว่าชาวเคิร์ดอาจต้องเข้าไปมีบทบาทในการสู้รบภายในอิหร่านในอนาคตอันใกล้ แต่ไม่ได้ระบุกรอบเวลาอย่างชัดเจน และปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานที่ระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ติดต่อกับผู้นำของกลุ่มในช่วงที่ผ่านมา
...
ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มติดอาวุธคาเต็บ ฮิซบอลเลาะห์ (Kataeb Hezbollah) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรัก เปิดเผยว่าผู้บัญชาการระดับสูงของกลุ่มเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในภาคใต้ของอิรักเมื่อวันก่อน โดยผู้เสียชีวิตคือ อาลี ฮุสเซน อัล-เฟรยีจี ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มมานานกว่า 20 ปี
แหล่งข่าวภายในกลุ่มระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้ฐานทัพหลักของกลุ่มในภาคใต้ของอิรัก ส่งผลให้มีนักรบเสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน โดยหนึ่งในแหล่งข่าวกล่าวหาว่าเป็นการโจมตีร่วมของอิสราเอลและสหรัฐ
ฐานทัพจูร์ฟ อัล-นาสร์ ของกลุ่มคาเต็บ ฮิซบอลเลาะห์ ถือเป็นเป้าหมายแรกในอิรักที่ถูกโจมตีจากปฏิบัติการที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นของสหรัฐและอิสราเอล ก่อนจะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น มีนักรบของกลุ่มติดอาวุธเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 15 คน
แม้อิรักซึ่งเพิ่งฟื้นตัวจากความไม่สงบในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะยืนยันว่าไม่ต้องการถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน แต่ประเทศยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากอิรักเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายใช้เป็นสนามแข่งขันอิทธิพลมานาน
กลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านหลายกลุ่มในอิรัก ภายใต้ชื่อ "แนวต้านอิสลามในอิรัก" ซึ่งรวมถึงคาเต็บ ฮิซบอลเลาะห์ ยังอ้างว่าได้ส่งโดรนโจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรักอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด กลุ่มดังกล่าวยังออกคำเตือนต่อประเทศในยุโรปไม่ให้เข้าร่วมสงคราม โดยขู่จะโจมตีกองกำลังและฐานทัพของประเทศเหล่านั้นในอิรักและภูมิภาค หากมีส่วนร่วมในความขัดแย้ง
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวทางการอิรักรายงานว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสามารถยึดจรวดสองลูกและแท่นยิงในจังหวัดบาสราทางตอนใต้ ซึ่งถูกเตรียมไว้เพื่อใช้โจมตีประเทศเพื่อนบ้าน
ชาวเคิร์ดซึ่งมีประชากรรวมกันประมาณ 25–35 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขาที่ครอบคลุมหลายประเทศ ได้แก่ ตุรกี อิรัก ซีเรีย อิหร่าน และอาร์เมเนีย ถือเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของตะวันออกกลาง แต่ยังไม่เคยมีรัฐชาติเป็นของตนเอง
ในอิหร่านซึ่งมีประชากรราว 84 ล้านคน ชาวเคิร์ดคิดเป็นประมาณ 10% ของประชากรทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมนิกายสุหนี่และอาศัยอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ
องค์การนิรโทษกรรมสากลเคยระบุว่า ชาวเคิร์ดในอิหร่านเผชิญการเลือกปฏิบัติอย่างยาวนาน ทั้งในด้านสิทธิทางสังคม การเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มเคิร์ดฝ่ายค้านซึ่งลี้ภัยในเขตเคอร์ดิสถานของอิรักยังคงเคลื่อนไหวเรียกร้องเอกราชหรือการปกครองตนเอง และมีการปะทะกับกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านเป็นระยะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.
ที่มา BBC