"โดนัลด์ ทรัมป์" เผยพอใจผลงานกองทัพสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน ให้คะแนนความสำเร็จ "15 เต็ม 10" พร้อมระบุผู้นำระดับสูงของอิหร่านถูกกำจัดอย่างรวดเร็ว ขณะที่สถานการณ์การสู้รบล่าสุดลามถึงศรีลังกา หลังเรือดำน้ำสหรัฐฯ จมเรือรบอิหร่าน ด้านทำเนียบขาวแย้ม ทรัมป์กำลังพิจารณาบทบาทของสหรัฐฯ ในการจัดระเบียบอิหร่านหลังจบภารกิจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ให้คะแนนผลการปฏิบัติงานของกองทัพสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่านที่ระดับ "15 เต็ม 10" พร้อมให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าบดขยี้ต่อไปจนกว่าคลังแสงอาวุธนิวเคลียร์และผู้นำของสาธารณรัฐอิสลามจะหมดสิ้นไป

ในการประชุมร่วมกับผู้บริหารระดับสูงในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ณ ทำเนียบขาว ทรัมป์กล่าวว่า "เรากำลังทำได้ดีมากในแนวหน้า มีคนถามผมว่าถ้าให้คะแนนเต็ม 10 ผมจะให้เท่าไหร่ ผมบอกเลยว่าประมาณ 15 ตอนนี้เราอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งมาก และเหล่าผู้นำของพวกเขากำลังถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว ใครก็ตามที่อยากจะขึ้นมาเป็นผู้นำ ดูเหมือนจุดจบของพวกเขาคือความตาย"

ถ้อยแถลงของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ได้ยิงจมเรือรบของอิหร่านบริเวณนอกชายฝั่งประเทศศรีลังกา ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้ได้สังหารอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านไปตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวและเพนตากอนคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลจะสามารถ "ครอบครองน่านฟ้าอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จ" ภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

ทรัมป์ย้ำจุดยืนว่าการโจมตีครั้งนี้มีความจำเป็น เนื่องจากอิหร่านกำลังพยายามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ "เมื่อคนบ้ามีอาวุธนิวเคลียร์ สิ่งเลวร้ายก็จะเกิดขึ้น" อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของเขาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความชัดเจนของเป้าหมายสงคราม เนื่องจากขัดกับคำหาเสียงของทรัมป์ที่เคยระบุว่าจะ "ไม่เริ่มสงครามใหม่"

...

ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังไม่มีคำสั่งชัดเจนว่าจะมีการเปลี่ยนระเบียบการปกครองในอิหร่านหรือไม่ แต่แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่าประธานาธิบดีกำลัง "พิจารณาอย่างจริงจัง" เกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในอิหร่านหลังจากปฏิบัติการทางทหารสิ้นสุดลง

นอกจากนี้ ลีวิตต์ยังได้ปฏิเสธรายงานที่ว่าทรัมป์ตกลงจะสนับสนุนอาวุธให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเคิร์ดในอิหร่านเพื่อก่อกบฏโดยระบุว่าเป็นข่าวปลอม แต่ยอมรับว่ามีการพูดคุยกับผู้นำกลุ่มชาวเคิร์ดจริง

ทั้งนี้ รูปแบบการดำเนินนโยบายของทรัมป์ในอิหร่านถูกเปรียบเทียบกับกรณีการโค่นล้มนายนิโกลัส มาดูโร ในเวเนซุเอลาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐฯ เลือกที่จะเจรจากับขั้วอำนาจที่เหลืออยู่เพื่อบรรลุข้อตกลงด้านน้ำมัน.


ที่มา AFP