รัฐบาลจีนประกาศเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีล่าสุดที่ 4.5 - 5% ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ท่ามกลางมรสุมรุมเร้าทั้งวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ประชากรลดลง และแรงกดดันจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ขณะที่นายกฯ หลี่ เฉียง กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ฉบับที่ 15 มุ่งเน้นนวัตกรรม พลังงานสะอาด และการกระตุ้นการบริโภคในครัวเรือน

ในการประชุมครั้งสำคัญทางเมืองของจีน หรือ "การประชุมสองสภา" ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 มี.ค.) รัฐบาลจีนได้เปิดเผยรายงานการทำงานของรัฐบาลความยาว 46 หน้า โดยนายกรัฐมนตรี หลี่ เฉียง ระบุถึงเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ระดับ 4.5% - 5% ซึ่งเป็นการปรับลดเพดานลงจากเป้าหมาย "ประมาณ 5%" ในปี 2023 และถือเป็นตัวเลขเป้าหมายที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1991 ไม่นับปี 2020 ที่ไม่มีการตั้งเป้าเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

รัฐบาลจีนได้เผยรายละเอียดบางส่วนของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 15 โดยมุ่งเน้นไปที่การเร่งลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงอุตสาหกรรมการผลิตให้ทันสมัยเพื่อลดการพึ่งพาการส่งออกเพียงอย่างเดียว รวมถึงเตรียมดำเนินโครงการสำคัญกว่า 100 โครงการในด้านวิทยาศาสตร์ การขนส่ง และพลังงาน และมุ่งเน้นการลดการปล่อยคาร์บอนและก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน

ขณะที่เป้าหมายเศรษฐกิจที่ลดลงสะท้อนถึงความเป็นจริงที่จีนกำลังเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ ได้แก่วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคส่วนที่เคยครองสัดส่วน 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจจีนยังคงซบเซา ส่งผลกระทบต่อรายได้รัฐบาลท้องถิ่นและการจ้างงาน ปัญหาสังคมสูงวัย หลังอัตราการเกิดที่ลดลงและประชากรวัยทำงานที่หดตัวลงอย่างต่อเนื่อง

...

วิกฤตพลังงานและสงคราม โดยได้รับผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้จีนสูญเสียแหล่งน้ำมันราคาถูก รวมถึงการขาดแคลนน้ำมันจากเวเนซุเอลาหลังการเข้าแทรกแซงของสหรัฐฯ และสงครามการค้า เนื ่องจากมาตรการภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อภาคการส่งออก โดยทรัมป์มีกำหนดการเดินทางเยือนจีนเพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในเดือนเมษายนนี้

โจว เจิ้ง นักวิเคราะห์นโยบายจาก China Macro Group มองว่าเป้าหมายนี้ "สะท้อนความจริง" เนื่องจากจีนต้องแก้ปัญหาซับซ้อนหลายด้านพร้อมกัน ขณะที่ หนิง เล้ง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ ให้ความเห็นว่าต้องจับตาดูตัวเลขจริงอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลอื่นๆ บ่งชี้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจอาจอ่อนแอกว่าที่รายงาน โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจีนยังคงเชื่อมั่นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยย้ำว่าปัจจุบันจีนพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยลงมากจากการปรับตัวสู่พลังงานหมุนเวียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา.


ที่มา BBC