ศาลการค้าสหรัฐฯ เปิดทางธุรกิจหลายพันรายที่ได้รับกระทบจากมาตรการกำแพงภาษีรัฐบาลทรัมป์ สามารถขอคืนภาษีได้รวมกว่า 1.3 แสนล้านดอลลาร์ หลังศาลสูงวินิจฉัยยกเลิกมาตรการเก็บภาษีที่ใช้อำนาจฉุกเฉิน

วันที่ 4 มีนาคม 2569 ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ มีคำสั่งให้รัฐบาลคืนเงินภาษีนำเข้าที่จัดเก็บจากบริษัทต่างๆ ตามมาตรการกำแพงภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากก่อนหน้านี้ศาลสูงมีคำพิพากษายกเลิกมาตรการนี้แล้ว

ผู้พิพากษาริชาร์ด อีตัน กล่าวว่า ผู้นำเข้าสินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษีภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act หรือ IEEPA มีสิทธิได้รับเงินคืนจากคำตัดสินของศาลสูง

คำตัดสินครั้งนี้เกิดขึ้นจากคดีที่บริษัทกรองอากาศ Atmus Filtration ในรัฐเทนเนสซีเป็นผู้ยื่นฟ้อง แต่ผู้พิพากษาระบุว่าจะเป็นผู้พิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับการคืนเงินภาษีทั้งหมดเพียงรายเดียว แม้กระบวนการคืนเงินยังไม่ชัดเจน แต่คำสั่งของศาลถือเป็น แรงกระแทกทางนโยบายต่อรัฐบาลทรัมป์ ที่ก่อนหน้านี้ออกมาตรการภาษี และแสดงความไม่พอใจต่อความเป็นไปได้ที่จะต้องคืนเงินให้บริษัทต่าง ๆ

ด้าน นายสก็อต เบสเซ็ท  รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลมีแนวโน้มจะประกาศ ภาษีนำเข้าทั่วโลกอัตรา 15% ในสัปดาห์นี้ เพิ่มจาก 10% เพื่อใช้แทนภาษีที่ศาลสูงเพิ่งยกเลิก ข้อมูลระบุว่า มาตรการภาษีที่รัฐบาลทรัมป์บังคับใช้ผ่านอำนาจฉุกเฉิน IEEPA สามารถจัดเก็บรายได้ให้รัฐบาลสหรัฐได้ราว 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.7 ล้านล้านบาท

โดยบริษัทจำนวนมากได้ยื่นฟ้องเพื่อเรียกเงินคืน รวมถึงบริษัทขนส่งและไปรษณีย์ระดับโลกอย่าง FedEx ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็ก We Pay the Tariffs ระบุว่า คำตัดสินของศาลถือเป็น “ชัยชนะของธุรกิจขนาดเล็ก” และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการคืนเงินอย่างรวดเร็วและอัตโนมัติ

...

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษี “Liberation Day tariffs” ต่อสินค้าจากหลายประเทศ โดยอัตราเริ่มต้นที่ 10% และบางรายการสูงถึง 50% ซึ่งนำไปสู่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับหลายประเทศ

อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสหรัฐมีคำพิพากษาเมื่อเดือนที่ผ่านมาให้ ยกเลิกมาตรการภาษีดังกล่าว รวมถึงภาษีบางส่วนที่ใช้กับสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีน เนื่องจากเห็นว่าใช้อำนาจฉุกเฉินเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด.

ที่มา CNN