นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เชื่อมั่นปฏิบัติการกวาดล้างอิหร่านจะเป็นไปอย่างเด็ดขาดและรวดเร็ว เผย "อาจใช้เวลา แต่จะไม่ยาวนานเป็นปี และไม่ใช่สงครามไร้จุดจบ" หลังสงครามเข้าสู่วันที่ 4 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ขยายวงกว้าง เมื่ออิหร่านเปิดฉากตอบโต้ถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในริยาดและบาห์เรน
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "Hannity" ของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 มี.ค.) โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า สงครามระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน จะไม่ยืดเยื้อนานเป็นปีเหมือนสงครามครั้งก่อนๆ ในภูมิภาค
เนทันยาฮูกล่าวว่า "ผมเคยบอกไว้ว่ามันจะรวดเร็วและเด็ดขาด มันอาจต้องใช้เวลาบ้าง แต่จะไม่ลากยาวเป็นปีๆ นี่ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบ" แม้ว่าก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประเมินไว้ที่ 4-5 สัปดาห์ แต่เริ่มมีสัญญาณของการขยายขอบเขตการโจมตีที่กว้างขึ้นอย่างไม่มีกำหนด การสู้รบยังลุกลามสู่เลบานอน โดยอิสราเอลโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
สถานการณ์ล่าสุดในวัน3 มีนาคม กรุงเทลอาวีฟสั่นสะเทือนด้วยเสียงระเบิดจากการสกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่าน ขณะที่กองทัพอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอาคารสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านในเตหะราน และถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มเฮซบอลลาห์ในเลบานอน
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน แถลงความสำเร็จในปฏิบัติการ "Operation Promise of the Truth 4" โดยระบุว่าได้ส่งโดรน 20 ลำ และขีปนาวุธ 3 ลูก เข้าถล่มศูนย์บัญชาการหลักของฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในบาห์เรนจนพังพินาศ นอกจากนี้ยังมีรายงานโดรนจากอิหร่านโจมตีสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้
...
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่ากองทัพสหรัฐฯ ยังมี "หมัดเด็ด" ที่จะโจมตีอิหร่านหนักกว่านี้ พร้อมระบุว่าแม้เป้าหมายหลักคือการทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธโดยไม่ต้องใช้กองกำลังภาคพื้นดิน แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ไม่ได้ตัดทางเลือกในการส่งทหารราบเข้าสู่ตะวันออกกลางออกไป
สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก หลังอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลกถูกปิดตาย ส่งผลให้ราคาน้ำมันและค่าระวางเรือพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
ส่วนสนามบินดูไบ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินที่พลุกพล่านที่สุดของโลก ต้องปิดทำการต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ผู้โดยสารนับหมื่นตกค้าง ทั่วโลกเผชิญวิกฤตการบินครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่โควิด-19 นอกจากนั้น ยังมีรายงานทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 6 นายในคูเวต ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ทำลายเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 1,250 แห่ง
ประธานาธิบดีทรัมป์อ้างว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นไปเพื่อยับยั้งโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่าน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากรัสเซีย จีน และตุรกีที่ร่วมกันประณามสงครามในครั้งนี้ ขณะที่ผลสำรวจจาก Reuters/Ipsos พบว่าชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงทางการเมืองครั้งใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง.
ที่มา Reuters