กลายเป็นประเด็นร้อนในนิวซีแลนด์ หลังโฆษกยืนยันอดีตนายกฯ หญิง "จาซินดา อาร์เดิร์น" ย้ายไปพำนักในออสเตรเลียพร้อมครอบครัวเพื่อทำงาน ด้านนักวิชาการชี้เป็นสัญลักษณ์ความล้มเหลวในการรั้งทรัพยากรบุคคล ตอกย้ำวิกฤต "สมองไหล" ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพพุ่งและเศรษฐกิจซบเซาที่บีบให้ชาวนิวซีแลนด์กว่า 6 หมื่นคนต้องโบกมือลาบ้านเกิด

สำนักงานของนางจาซินดา อาร์เดิร์น อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ยืนยันว่าขณะนี้เธอและครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยนายคลาร์ก เกย์ฟอร์ด สามี และ "นีฟ" ลูกสาววัย 7 ขวบ ได้ย้ายไปพำนักในประเทศออสเตรเลีย หลังจากมีรายงานว่ามีผู้พบเห็นครอบครัวอาร์เดิร์นไปดูบ้านในย่านนอร์เทิร์นบีช ของนครซิดนีย์

โฆษกส่วนตัวระบุว่า การย้ายครั้งนี้เนื่องจากทั้งคู่มีงานที่นั่น และยังช่วยให้มีเวลาบินกลับไปเยี่ยมนิวซีแลนด์ได้สะดวกขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุแน่ชัดว่าพวกเขาเริ่มย้ายไปตั้งแต่เมื่อใดหรือทำงานในตำแหน่งใด แต่ย้ำว่าเป็นเรื่องปกติที่อดีตผู้นำจะใช้เวลาในต่างประเทศหลังพ้นตำแหน่ง

การย้ายประเทศของอดีตผู้นำระดับไอคอนรายนี้ถูกมองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง เนื่องจากนิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับสถิติชาวเมืองย้ายออกจากประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ โดยในปีที่ผ่านมามีชาว "กีวี" ย้ายออกไปมากถึง 66,000 คน หรือเฉลี่ยวันละ 180 คน ซึ่งกว่าร้อยละ 60 เลือกมุ่งหน้าสู่ออสเตรเลีย เนื่องจากมีรายได้เฉลี่ยต่อสัปดาห์ที่สูงกว่า และได้รับสิทธิในการทำงานและพำนักที่ง่ายกว่า

อลัน แกมเลน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นฐาน มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า "การย้ายของอาร์เดิร์นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของภาพรวมที่เกิดขึ้น สำหรับบางคนนี่อาจถูกมองว่าเป็นการทอดทิ้งประเทศในยามยาก"

...

ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้เกิดปรากฏการณ์สมองไหลครั้งนี้คือสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและค่าครองชีพที่พุ่งสูงจนเกินรับไหว โดยนิวซีแลนด์กำลังเผชิญกับอัตราว่างงานสูง ซึ่งแตะระดับสูงสุดในรอบทศวรรษ (ไม่นับช่วงโควิด-19) ขณะที่ราคาของชำและสินค้าอุปโภคบริโภคติดอันดับสูงที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

นอกจากนั้น ปัญหาการขาดแคลนบ้านทำให้ทั้งราคาซื้อขายและค่าเช่าพุ่งสูงจนคนรุ่นใหม่หมดหวังที่จะมีบ้านเป็นของตัวเอง รวมถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำในระบบสาธารณสุขและการศึกษาที่ขยายวงกว้างขึ้น

จาซินดา อาร์เดิร์น ก้าวขึ้นเป็นผู้นำหญิงที่อายุน้อยที่สุดในโลกในปี 2017 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของฝ่ายเสรีนิยมทั่วโลกจากการรับมือเหตุกราดยิงที่เมืองไครสต์เชิร์ชและการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ในช่วงท้ายของการดำรงตำแหน่ง เธอต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากความล้มเหลวในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและการประท้วงต่อต้านวัคซีนที่รุนแรง จนเธอประกาศลาออกในปี 2023 โดยให้เหตุผลว่า "หมดพลัง" 

ปัจจุบัน อาร์เดิร์นยังคงมีบทบาทในเวทีโลก ทั้งการเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, การสานต่อโครงการ Christchurch Call เพื่อต่อต้านลัทธิที่สุดโต่งบนโลกออนไลน์ และเพิ่งเปิดตัวหนังสือบันทึกความทรงจำของเธอไปเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา.


ที่มา The Guardian / BBC