อาลี ลาริจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน กล่าวแสดงความคิดเห็นตอบโต้รายงานข่าวของสื่อที่ระบุว่าอิหร่านได้ติดต่อสหรัฐฯ ผ่านตัวกลางเพื่อขอให้กลับมาเจรจาอีกครั้ง เขากล่าวในโพสต์บนเว็บไซต์ X ว่า อิหร่าน "จะไม่เจรจากับสหรัฐอเมริกา" ชี้กองกำลังอิหร่าน "ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการรุกรานก่อน"
ลาริจานี กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ "ได้ทำให้ภูมิภาคนี้ตกอยู่ในความโกลาหลด้วยความหวังที่ผิดๆ" ของเขา และตอนนี้กำลังกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียกำลังพลของทหารอเมริกันเพิ่มเติม" เขากล่าวเสริมว่า "ด้วยการกระทำที่หลงผิดของเขา เขาได้เปลี่ยนสโลแกนที่เขาคิดขึ้นเองว่า "อเมริกามาก่อน" เป็น "อิสราเอลมาก่อน" และเสียสละทหารอเมริกันเพื่อการแสวงหาอำนาจของอิสราเอล"
ลาริจานี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่ากองกำลังอิหร่าน "ไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มการรุกรานก่อน"
ทั้งนี้ อาลี ลารีจานี อดีตประธานรัฐสภาและคนสนิทของ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ได้หวนคืนสู่ศูนย์กลางอำนาจอีกครั้งในฐานะเลขานุการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด (SNSC) เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เขาได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญรอบด้าน ตั้งแต่การเจรจานิวเคลียร์ การกระชับความสัมพันธ์ในภูมิภาค ไปจนถึงการจัดการกลุ่มผู้ประท้วงภายในประเทศ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (1 มี.ค.) ลารีจานีได้แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า จะมีการจัดตั้ง "สภาผู้นำชั่วคราว" เพื่อบริหารประเทศ พร้อมประณามสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าพยายามปล้นสะดมและทำลายความเป็นปึกแผ่นของอิหร่าน นอกจากนี้เขายังขู่กลุ่มแบ่งแยกดินแดนว่าหากฉวยโอกาสเคลื่อนไหวในช่วงนี้จะต้องเจอกับการตอบโต้อย่างรุนแรงที่สุด โดยในเหตุโจมตีครั้งล่าสุดนี้ มีรายงานยืนยันด้วยว่า พลเอกอับดุลราฮิม มูซาวี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน ก็ได้เสียชีวิตลงเช่นกัน
...
ลารีจานีได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่สามารถเชื่อมประสานกลุ่มการเมืองขั้วต่าง ๆ ในอิหร่านได้ดี เขาเพิ่งเดินทางไปโอมานเมื่อเดือนก่อนเพื่อเตรียมการเจรจานิวเคลียร์ทางอ้อมกับสหรัฐฯ ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
ในด้านนโยบายนิวเคลียร์ ลารีจานีเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อโอมานว่า "ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้" หากความกังวลของสหรัฐฯ คือการป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ นั่นเป็นเรื่องที่หาทางออกร่วมกันได้ อย่างไรก็ตาม เขาก็เคยเปรียบเทียบข้อเสนอของยุโรปที่ให้ล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ว่าเหมือนการเอา "ไข่มุกไปแลกกับลูกอม" ซึ่งสะท้อนว่าเขาจะไม่ยอมสูญเสียผลประโยชน์หลักของชาติ
แม้จะมีภาพลักษณ์เป็นนักการทูต แต่ลารีจานีถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งคว่ำบาตรเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่าเขาเป็นผู้นำคนแรก ๆ ที่เรียกร้องให้ใช้กำลังจัดการกับประชาชนตามคำสั่งของคาเมเนอี จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในการประท้วงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979
บทบาทสำคัญอีกด้านของลารีจานีคือการเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับมหาอำนาจที่เป็นพันธมิตร เขาเดินทางไปรัสเซียบ่อยครั้งเพื่อพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อคานอำนาจกดดันจากโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนั้น เขายังเป็นหัวหอกในการผลักดันข้อตกลงความร่วมมือ 25 ปีกับจีนในปี 2021 เขายืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านไม่มีทางถูกทำลายได้ เพราะ "เมื่อคุณค้นพบเทคโนโลยีแล้ว ใครก็ขโมยมันไปไม่ได้"
ลารีจานีเกิดที่เมืองนาจาฟ ประเทศอิรัก ในตระกูลผู้นำศาสนาที่ทรงอิทธิพลของอิหร่าน เขาจบปริญญาเอกด้านปรัชญา และมีพี่น้องดำรงตำแหน่งระดับสูงทั้งในศาลยุติธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ แม้เขาจะเคยถูกสภาผู้พิทักษ์ ตัดสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2021 และ 2024 เนื่องจากประเด็นการใช้ชีวิตและคนในครอบครัวที่มีความเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยลูกสาวของเขาเพิ่งถูกไล่ออกจากตำแหน่งอาจารย์แพทย์ในสหรัฐฯ หลังถูกประท้วงหนัก
ท่ามกลางสุญญากาศอำนาจหลังการเสียชีวิตของคาเมเนอี บทบาทของลาริจานีในฐานะผู้ประสานกลุ่มอำนาจต่าง ๆ ภายในระบบการเมืองอิหร่าน กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นกุญแจสำคัญกำหนดทิศทางประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่อ่อนไหวที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของอิหร่าน.