นานาชาติแตกเสียง หลังสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่าน สังหาร "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุด ด้านยูเอ็นเตือนเสี่ยงลุกลามทั้งภูมิภาค
วันที่ 1 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประชาคมโลกกำลังจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีหลายเมืองในอิหร่าน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ระบุว่าเป็น "ปฏิบัติการรบครั้งใหญ่" ก่อนประกาศในเวลาต่อมาว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันข่าวนี้ ขณะที่อิสราเอลอธิบายว่าเป็น "การโจมตีก่อนเชิงป้องกัน"
ทรัมป์เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาล และให้กองกำลังของรัฐยอมจำนน ก่อนประกาศในเวลาต่อมาว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว โดยสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านยืนยันข่าวนี้
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ของอิหร่าน แถลงว่ากำลังตอบโต้การโจมตี ด้วยการมุ่งเป้าโจมตีฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ภายใต้ปฏิบัติการ “สัญญาแท้จริง 4” (Operation “Truthful Promise 4”) ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมาหลายสัปดาห์เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน
ยูเอ็นเตือนเสี่ยงลุกลามตะวันออกกลาง
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามการยกระดับทางทหาร และเตือนว่าการใช้กำลังของสหรัฐฯ และอิสราเอล รวมถึงการตอบโต้ของอิหร่าน บ่อนทำลายสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบทันที
ด้าน ขณะที่นายโวลเคอร์ เทิร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรียกร้องทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ และกลับสู่โต๊ะเจรจา พร้อมเตือนว่า “ในทุกสงคราม พลเรือนคือผู้ที่ต้องจ่ายราคาแพงที่สุด”
...
ขณะเดียวกัน ในการประชุมฉุกเฉินคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก ไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น ระบุว่าการโจมตีมีเป้าหมายเฉพาะ ได้แก่ การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธ การลดศักยภาพทางทะเล และสกัดเครือข่ายสนับสนุนกองกำลังตัวแทน เพื่อไม่ให้อิหร่านสามารถคุกคามโลกด้วยอาวุธนิวเคลียร์
ขณะเดียวกันนายแดนนี ดานอนเอกอัครราชทูตอิสราเอล กล่าวว่า นี่คือการหยุดยั้งภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอลและเสถียรภาพโลก
รัสเซีย-โอมาน-อิหร่าน ประณามหนัก
ทางด้านนายวาซิลี เนเบนเซีย ทูตรัสเซียประจำยูเอ็น เตือนว่าการรุกรานครั้งนี้อาจลุกลามเกินพรมแดนภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้ประเมินการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ ที่บั่นทอนสันติภาพ
ขณะเดียวกันนายบัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน ซึ่งทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ-อิหร่าน แสดงความผิดหวังอย่างยิ่ง พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ ไม่ควรถลำลึกเข้าสู่สงคราม
ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ประณามการโจมตีว่า เกิดขึ้นทั้งที่ไร้เหตุยั่วยุ ละเมิดกฎหมาย และไม่ชอบธรรม” พร้อมกล่าวหาทรัมป์ว่าเปลี่ยนนโยบาย จาก "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) เป็น "อิสราเอลต้องมาก่อน" (Israel First)
ยุโรปเรียกร้องเจรจา – อังกฤษส่งเครื่องบิน
แถลงการณ์ร่วมของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี และเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เรียกร้องให้อิหร่านหาทางออกด้วยการเจรจา พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตี
นายสตาร์เมอร์ระบุว่า เครื่องบินอังกฤษอยู่ในน่านฟ้าตะวันออกกลางเพื่อปฏิบัติการป้องกันเชิงประสานงาน ขณะที่มาครงเตือนว่าการปะทุครั้งนี้มีผลร้ายแรงต่อสันติภาพโลก
ขณะเดียวกันนายไคอา คัลลาส หัวหน้านโยบายต่างประเทศสหภาพยุโรป ระบุว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะอันตรายอย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่าการคุ้มครองพลเรือนต้องเป็นลำดับแรก
ซาอุฯ หนุนชาติอ่าวเปอร์เซีย – ออสเตรเลียหนุนสหรัฐฯ
ทางด้านซาอุดีอาระเบีย ประณามการตอบโต้ของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน และคูเวต พร้อมประกาศยืนหยัดสนับสนุนชาติพี่น้องอย่างเต็มที่ ขณะที่นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ของออสเตรเลีย ระบุว่าออสเตรเลียสนับสนุนการดำเนินการของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์.
ที่มา RT Aljazeera