การตอบโต้กันระหว่างอิหร่าน และสหรัฐ-อิสราเอล ถูกจับตามองจากทั่วโลก เนื่องจากทั้ง 3 ชาติ ต่างมีกองกำลังทางทหารที่น่าเกรงขาม โดยเฉพาะอิหร่านที่ใช้ขีปนาวุธโชว์แสนยานุภาพตอบโต้กลับแบบไม่ยั้ง  

ข้อมูลข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านมีคลังขีปนาวุธพิสัยไกลใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง โดยมีขีปนาวุธที่สามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร หรือราว 1,240 ไมล์ ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถโจมตีอิสราเอลได้โดยตรง

ขีปนาวุธพิสัยไกลเหล่านี้จะถูกนำวิถีในช่วงปล่อยตัว จากนั้นจะเคลื่อนที่ตามวิถีโค้งและตกลงสู่เป้าหมาย สามารถติดตั้งหัวรบได้หลายรูปแบบ ทั้งหัวรบระเบิดทั่วไป และในทางทฤษฎีอาจบรรทุกวัสดุนิวเคลียร์ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ชาติตะวันตกมองว่าเป็นภัยต่อเสถียรภาพของภูมิภาค อย่างไรก็ตาม อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าไม่มีแผนพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์

สำหรับรายชื่อขีปนาวุธพิสัยไกลที่สำคัญของอิหร่าน ในคลังแสงอิหร่านได้แก่

  • เซจิล (Sejil)

  • เอมัด (Emad)

  • กาดร์ (Ghadr)

  • ชาฮาบ-3 (Shahab-3)

  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr)

  • โฮเวย์เซห์ (Hoveyzeh)

ขีปนาวุธเหล่านี้มีระยะยิงตั้งแต่ประมาณ 1,300 – 2,500 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกกลาง

จุดยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านตั้งอยู่ในและรอบกรุงเตหะราน รวมถึงมีฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินหลายแห่งทั่วประเทศ ซึ่งช่วยเพิ่มความอยู่รอดของระบบอาวุธในกรณีถูกโจมตีล่วงหน้า

ที่ผ่านมา อิหร่านเคยใช้ขีปนาวุธจริงในสถานการณ์ความขัดแย้ง รวมถึงในสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2025 ซึ่งมีรายงานความเสียหายและผู้บาดเจ็บ ขณะเดียวกัน อิสราเอลอ้างว่าสามารถทำลายแท่นยิงขีปนาวุธของอิหร่านได้จำนวนมากในช่วงเวลาดังกล่าว

...

ยุทธศาสตร์หลักของอิหร่านคือการใช้ขีปนาวุธเป็นเครื่องมือในการการยับยั้งต่อการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทั้งการสร้างโรงเก็บและฐานยิงใต้ดินเพื่อความปลอดภัย

หนึ่งในพัฒนาการล่าสุดคือการพัฒนาขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงภายในประเทศ ซึ่งมีความเร็วสูงและเส้นทางบินซับซ้อน ทำให้สกัดกั้นได้ยากขึ้น

โดยรายงานระบุว่า โครงการขีปนาวุธของอิหร่านได้รับอิทธิพลด้านเทคโนโลยีและแบบแปลนจากประเทศอย่างเกาหลีเหนือ รัสเซีย และจีน

นอกจากขีปนาวุธพิสัยไกลแบบวิถีโค้งแล้ว อิหร่านยังมีขีปนาวุธร่อน ที่สามารถยิงได้ไกลถึงประมาณ 3,000 กิโลเมตร ทำให้มีความหลากหลายของการโจมตี และสร้างความท้าทายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้ามเป็นอย่างมาก.


ที่มา : moderndiplomacy

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน