โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของอิหร่านในการเจรจานิวเคลียร์ ย้ำอิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่โอมานกลับระบุว่าการหารือล่าสุดมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ที่อาจช่วยเลี่ยงสงครามได้

ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ เสริมกำลังทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษในตะวันออกกลาง โดยเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดของโลก USS Gerald R Ford กำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้ชายฝั่งอิสราเอล ท่ามกลางแรงกดดันให้อิหร่านยอมรับข้อเรียกร้องสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์

หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่นครเจนีวา ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานไม่ยอมให้ในสิ่งที่เขาต้องการ และระบุชัดว่าเขาต้องการให้อิหร่านไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเลย ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้ แม้อิหร่านจะยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่ได้มุ่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ซึ่งกำหนดให้อิหร่านจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในระดับต่ำ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขายังกล่าวว่าแหล่งนิวเคลียร์สำคัญของอิหร่านถูกทำลายราบคาบ หลังสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม โอมานซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยการเจรจา ระบุภาพรวมที่แตกต่างออกไป โดยรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บัดร์ อัลบูไซดี ซึ่งอยู่ระหว่างพบหารือกับรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ ในกรุงวอชิงตัน เปิดเผยว่า อิหร่านตกลงจะไม่กักตุนยูเรเนียมในทุกระดับ และจะปรับลดสต็อกยูเรเนียมที่มีอยู่ให้กลายเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อัลบูไซดีให้สัมภาษณ์กับรายการ Face the Nation ทางสถานี CBS ว่า หากเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้อิหร่านไม่มีระเบิดนิวเคลียร์ตลอดไป การตกลงครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญ พร้อมประเมินว่าอาจต้องใช้เวลาราว 3 เดือนเพื่อสรุปข้อตกลงขั้นสุดท้าย

...

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ เตรียมเดินทางเยือนอิสราเอลในวันจันทร์เพื่อหารือประเด็นอิหร่าน ขณะที่สถานทูตสหรัฐฯ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่จำเป็นเร่งด่วนและครอบครัวเดินทางออกจากอิสราเอลชั่วคราว เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

หลายประเทศออกคำเตือนการเดินทางเช่นกัน โดยเยอรมนีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปอิสราเอลอย่างเร่งด่วน สหราชอาณาจักรย้ายเจ้าหน้าที่การทูตบางส่วนออกจากกรุงเทลอาวีฟ ส่วนจีนเรียกร้องให้พลเมืองของตนอพยพออกจากอิหร่านโดยเร็วที่สุด

นอกเหนือจากประเด็นนิวเคลียร์ ทรัมป์กล่าวในสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีว่า อิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่อาจยิงถึงสหรัฐฯ ขณะที่รูบิโอเตือนว่า หากอิหร่านไม่ยอมเจรจาเรื่องขีปนาวุธจะเป็นปัญหาใหญ่ แม้อิหร่านยืนยันว่าการเจรจาครั้งนี้ควรจำกัดอยู่ที่ประเด็นนิวเคลียร์เท่านั้น

ล่าสุด สหรัฐฯ ยังขึ้นบัญชีให้อิหร่านเป็นรัฐผู้สนับสนุนการควบคุมตัวโดยมิชอบ กรณีควบคุมตัวพลเมืองอเมริกัน

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ระบุว่า ความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับความจริงจังและความสมจริงจากอีกฝ่าย และหลีกเลี่ยงข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน