อัฟกานิสถานเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารบริเวณชายแดน มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพของฝ่ายปากีสถาน ตอบโต้การโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้านี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 26 ก.พ. 2569 อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่รัฐบาลตาลีบันว่า อัฟกานิสถานได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหาร “ขนาดใหญ่” ต่อฐานที่มั่นของกองทัพปากีสถานบริเวณรอยต่อชายแดน เพื่อตอบโต้ฝ่ายปากีสถานโจมตีเข้ามาเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายซาบิฮุลเลาะห์ มูจาฮิด หัวหน้าโฆษกของกลุ่มตาลีบันโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ว่า “เพื่อตอบโต้การละเมิดชายแดนและการก่อเหตุไม่สงบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยกลุ่มทหารปากีสถาน ปฏิบัติการเพื่อชิงลงมือก่อนขนาดใหญ่จึงถูกเปิดฉากขึ้นต่อฐานบัญชาการและที่ตั้งทางทหารของกองทัพปากีสถาน”

นายมูจาฮิดบอกอีกว่า ปฏิบัติการดังกล่าวทำให้ทหารปากีสถานเสียชีวิต “จำนวนมาก” และบางส่วนถูกจับกุมตัวได้ระหว่างปฏิบัติการโจมตีตามแนวชายแดนซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันพฤหัสบดี โดยกองกำลังตาลีบันสามารถยึดฐานที่มั่นทางทหารได้ถึง 15 แห่ง

ทางด้านรัฐบาลปากีสถานกล่าวว่า กลุ่มตาลีบันคำนวณผิดพลาดและเปิดฉากยิงโดยไม่มีการยั่วยุในหลายพื้นที่ ตามแนวชายแดนจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ

“รายงานในเบื้องต้นยืนยันว่ามีความสูญเสียอย่างหนักในฝั่งอัฟกานิสถาน โดยฐานที่มั่นและยุทโธปกรณ์หลายแห่งถูกทำลาย” แถลงการณ์จากกระทรวงสารสนเทศของปากีสถานที่แชร์ผ่าน X ระบุ “ปากีสถานจะใช้มาตรการที่จำเป็นทุกประการ เพื่อรักษาบูรณภาพแห่งดินแดน รวมถึงความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชน”

ทั้งนี้ ปฏิบัติการทางทหารของอัฟกานิสถานเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลปากีสถาน ส่งเครื่องบินรบโจมตีทางอากาศในอัฟกานิสถานเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งกลุ่มตาลีบันระบุว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ

...

อัฟกานิสถานกับปากีสถานเคยทำข้อตกลงหยุดยิงเพื่อยุติการปะทะเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อน แต่การปะทะกันตามแนวชายแดนยังคงเกิดขึ้นประปราย

ปากีสถานเคยเป็นผู้สนับสนุนหลักของกลุ่มตาลีบันหลังจากที่กลุ่มถูกขับออกจากอำนาจในปี 2544 เพราะการบุกโจมตีของกองกำลังที่นำโดยสหรัฐฯ จนกระทั่งกลุ่มตาลีบันชิงอำนาจในอัฟกานิสถานกลับมาได้สำเร็จในปี 2564

ทว่าความสัมพันธ์กลับเสื่อมถอยลงหลังจากรัฐบาลปากีสถานกล่าวหาว่า กลุ่มตาลีบันให้ที่พักพิงแก่กลุ่ม “ตาลีบันปากีสถาน” (TTP) ซึ่งกำลังก่อการกบฏด้วยอาวุธต่อต้านกองกำลังรัฐบาลปากีสถาน


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc