ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุกบิดาวัย 69 ปี ของ "แอนนา กว็อก" นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ลี้ภัยในสหรัฐฯ เป็นเวลา 8 เดือน ฐานพยายามถอนเงินประกันให้ลูกสาว ถือเป็นกรณีแรกที่มีการลงโทษสมาชิกครอบครัวของนักเคลื่อนไหวที่มีหมายจับในต่างประเทศ ภายใต้มาตรา 23 ของกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ 

ศาลฮ่องกงมีคำพิพากษาเมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) ให้จำคุกนายกว็อก ยินซาง  วัย 69 ปี เป็นเวลา 8 เดือน ในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินคดีและตัดสินจำคุกบุคคลในครอบครัวของนักเคลื่อนไหวที่ทางการฮ่องกงต้องการตัวและพำนักอยู่ในต่างประเทศ

นายกว็อก ยินซาง ถูกกล่าวหาว่าพยายามจัดการทรัพย์สินทางการเงินของ "แอนนา กว็อก" ลูกสาวของเขาซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่ลี้ภัยในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2020 โดยเขาถูกตัดสินความผิดภายใต้กฎหมายความมั่นคง มาตรา 23  ซึ่งเป็นกฎหมายที่ขยายขอบเขตจากกฎหมายความมั่นคงฉบับที่รัฐบาลจีนเป็นผู้บังคับใช้

อัยการระบุว่านายกว็อกได้พยายามถอนเงินประมาณ 11,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.41 แสนบาท) จากกรมธรรม์ประกันชีวิตที่เขาซื้อให้ลูกสาวไว้ตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก แม้ฝ่ายจำเลยจะโต้แย้งว่ากรมธรรม์ดังกล่าวยังเป็นชื่อของบิดาและถือเป็นทรัพย์สินของเขา แต่อัยการแย้งว่าเมื่อแอนนาบรรลุนิติภาวะ กรมธรรม์จะกลายเป็นของเธอโดยอัตโนมัติ

เจิ้ง หลิมฉี รักษาการหัวหน้าผู้พิพากษา ระบุว่าแม้จำเลยจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง แต่พฤติกรรมดังกล่าวถือว่ามีความร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาได้ปฏิเสธข้อครหาที่ว่าการตัดสินครั้งนี้คือการลงโทษแบบเหมารวมต่อครอบครัวนักเคลื่อนไหว หรือการที่นายกว็อกถูกพุ่งเป้าเพียงเพราะเป็นญาติ

...

ด้านแอนนา กว็อก วัย 29 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม Hong Kong Democracy Council ในสหรัฐฯ เธอเป็นหนึ่งในนักเคลื่อนไหว 34 คนที่ตำรวจความมั่นคงฮ่องกงต้องการตัวในข้อหาสมคบคิดกับกองกำลังต่างชาติ โดยมีค่าหัวนำจับสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 3.96 ล้านบาท)

แอนนา กว็อก ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เธอไม่เคยควบคุมเรื่องประกันภัย พร้อมเสริมว่าคดีนี้เป็น "ความผิดติดตัวทางสายเลือด" และ "การกดขี่ข้ามชาติ" และกล่าวต่อว่า "การตัดสินลงโทษพ่อของฉันซึ่งอายุ 69 ปี โดยอ้างว่าการกระทำของเขาลดโอกาสที่ฉันจะกลับมาขึ้นศาลนั้นไม่ใช่ความยุติธรรม มันเป็นเพียงเรื่องตลกทางกฎหมาย"

เธอกล่าวว่า "กรณีของพ่อฉันแสดงให้เห็นว่าเสรีภาพทางการเมืองในฮ่องกงกำลังดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดใหม่ และรัฐบาลฮ่องกงกำลังเรียนรู้วิธีการจากจีนในการปราบปรามการรณรงค์ใดๆ ก็ตามที่ชาวฮ่องกงกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำ"

ขณะที่ทางการและตำรวจฮ่องกงยืนยันกับสื่อว่า การดำเนินการครั้งนี้ "เป็นไปตามกฎหมาย" และระบุในแถลงการณ์ว่าการบังคับใช้กฎหมายต่อบุคคลใดก็ตามไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจุดยืนทางการเมือง ภูมิหลัง หรืออาชีพ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องติดตามตัวผู้ต้องสงสัยที่กระทำผิดด้านความมั่นคง แม้ผู้นั้นจะหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศก็ตาม

ทั้งนี้ ทางการฮ่องกงประกาศว่าจะติดตามจับกุมนักเคลื่อนไหวในต่างประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าคุกคามความมั่นคงของชาติ และได้ตั้งค่าหัวผู้ต้องหาไปแล้ว 34 คน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการปราบปรามข้ามชาติ

ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีผู้ถูกจับกุมในข้อหาอาชญากรรมด้านความมั่นคงของชาติหลายคดีรวม 386 คน โดย 176 คนถูกตัดสินลงโทษแล้ว.


ที่มา AFP / BBC