นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต แห่งกัมพูชา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสำนักข่าว AFP ยอมรับเครือข่ายการหลอกลวงออนไลน์หรือ "เศรษฐกิจสีดำ" คือตัวการทำลายภาพลักษณ์ประเทศ กระทบการท่องเที่ยวและการลงทุนอย่างหนัก ยันเดินหน้ากวาดล้างต่อเนื่องพร้อมส่งตัว "เจ้าพ่ออาณาจักรไซเบอร์" อดีตที่ปรึกษาใกล้ชิดให้ทางการจีนดำเนินคดี ปฏิเสธข้อหาจีดีพีกัมพูชาพึ่งพาเงินสีเทา

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว AFP เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยระบุว่าเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์กำลังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้กัมพูชาเสียชื่อเสียงในระดับสากล พร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลมีส่วนรู้เห็นหรือได้รับผลประโยชน์จากธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้

“เครือข่ายต้มตุ๋น หรือที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจสีดำ กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของเรา มันสร้างชื่อเสียงที่ไม่ดีให้กับกัมพูชา” ฮุน มาเนต กล่าวในการสัมภาษณ์พิเศษ โดยเขาย้ำว่านี่คือเหตุผลหลักที่รัฐบาลจำเป็นต้อง “กวาดล้าง” ขบวนการเหล่านี้ให้หมดไป เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะประเมินว่ามีผู้คนราว 100,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกบังคับให้ทำงานในศูนย์เหล่านี้ และรายงานจากสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ (USIP) ในปี 2024 ระบุว่ารายได้จากอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชาอาจสูงถึง 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 388,500 ล้านบาท) หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของจีดีพีประเทศ แต่นายกฯ ฮุน มาเนต ยืนยันว่ากัมพูชาไม่ได้พึ่งพาเงินเหล่านี้

ผู้นำกัมพูชากล่าวว่า "หลายคนบอกว่าจีดีพีของกัมพูชาพึ่งพาการต้มตุ๋น ซึ่งมันไม่จริง เราพึ่งพาเศรษฐกิจพื้นฐานทั่วไป เช่น การท่องเที่ยว การผลิต และอุตสาหกรรมอื่นๆ" พร้อมยอมรับว่าแม้ธุรกิจเหล่านี้อาจมีการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์หรือการจ้างงานทางอ้อมบ้าง แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้ไหลเข้าสู่กระเป๋าของรัฐบาล

...

ประเด็นที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือการจับกุมและส่งตัว นายเฉิน จื้อ นักธุรกิจมหาเศรษฐีเชื้อสายจีนเจ้าของอาณาจักร Prince Group ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของทั้งนายฮุน มาเนต และอดีตนายกฯ ฮุน เซน ให้กับทางการจีนเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากเขาถูกทางการสหรัฐฯ ฟ้องร้องฐานเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่แฝงมาในคราบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอาชีพที่ถูกกฎหมาย

ฮุน มาเนต เผยว่า ในขณะนั้นรัฐบาล "ไม่ทราบเลยว่าเขาคือตัวการใหญ่" เนื่องจากการตรวจสอบประวัติในขณะนั้นไม่พบความผิดปกติใดๆ และบริษัทของเขาก็มีการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศรวมถึงอังกฤษด้วย

“ก่อนจะมีข้อกล่าวหาปรากฏขึ้น สำหรับพนมเปญ เขาเป็นเพียงนักธุรกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กิจกรรมอื่นๆ (ที่ผิดกฎหมาย) เราไม่รู้เรื่องเลย” ฮุน มาเนต กล่าวเสริมว่ารัฐบาลสั่งดำเนินการทันทีเมื่อทราบเบาะแสความผิด

ส่วนประเด็นที่กัมพูชาเลือกส่งตัวนายเฉิน จื้อ ให้กับจีนแทนที่จะเป็นสหรัฐฯ นายกฯ ฮุน มาเนต อธิบายว่า เป็นเพราะตรวจพบว่านายเฉิน จื้อ ใช้เอกสารปลอมในการขอสัญชาติกัมพูชา จึงได้มีการเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาของเขาออกไป ส่งผลให้เขามีเพียง "สัญชาติจีน" เท่านั้น ทางการกัมพูชาจึงจำเป็นต้องส่งตัวเขากลับไปยังประเทศบ้านเกิดตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เครือข่ายต้มตุ๋นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ขยายวงกว้างจากการหลอกลวงผู้ที่พูดภาษาจีน ไปสู่เหยื่อทั่วโลกผ่านการหลอกให้รัก (Romance Scams) และการลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีปลอม โดยใช้แรงงานทาสที่ถูกหลอกมาทำงานภายใต้การทารุณกรรม ซึ่งฮุน มาเนต ยืนยันว่ากัมพูชาจะยังคงร่วมมือกับนานาชาติเพื่อทลายเครือข่ายเหล่านี้ต่อไป.


ที่มา AFP