อิหร่านออกมาตอบโต้คำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าเป็นคำโกหก หลังนายทรัมป์บอกว่า อิหร่านกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่ยิงถึงอเมริกา และกลับมารื้อฟื้นโครงการอาวุธนิวเคลียร์แล้ว

เมื่อวันพุธที่ 25 ก.พ. 2569 อิหร่านออกมาประณามคำพูดของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีว่าเป็นการ “โกหกคำโต” หลังผู้นำสหรัฐฯ บอกว่า เตหะรานกำลังพัฒนาขีปนาวุธที่สามารถยิงได้ไกลถึงดินแดนอเมริกา และพยายามรื้อโครงการอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่

“พวกเขาได้พัฒนาขีปนาวุธที่สามารถคุกคามยุโรปและฐานทัพในต่างแดนของเราไปแล้ว และตอนนี้พวกเขากำลังเร่งสร้างขีปนาวุธที่จะสามารถยิงมาถึงสหรัฐอเมริกาได้ในเร็ว ๆ นี้” ทรัมป์กล่าว “พวกเขาได้รับการเตือนแล้วว่าห้ามพยายามรื้อฟื้นโครงการอาวุธขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์ แต่พวกเขาก็ยังคงทำต่อไป พวกเขากำลังเริ่มกระบวนการทั้งหมดใหม่อีกครั้ง”

ภาพถ่ายดาวเทียมที่สำนักข่าว AP วิเคราะห์ก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า อิหร่านเริ่มทำการฟื้นฟูฐานผลิตขีปนาวุธและดำเนินการบางอย่างในพื้นที่โรงงานนิวเคลียร์ 3 แห่งที่ถูกสหรัฐฯ โจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

อย่างไรก็ตาม นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกมาตอบโต้คำพูดของนายทรัมป์ โดยเปรียบเทียบคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ กับคำพูดของ โจเซฟ กอบเบิลส์ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ โดยเขากล่าวหาทรัมป์และรัฐบาลสหรัฐฯ ว่ากำลัง “ดำเนินแคมเปญบิดเบือนข้อมูลและให้ข้อมูลเท็จ” เกี่ยวกับอิหร่าน

“สิ่งที่พวกเขาอ้างเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขีปนาวุธนำวิถี และจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบในเดือนมกราคม เป็นเพียงการฉายซ้ำของการ “โกหกคำโต” เท่านั้น” นายบากาอีเขียนข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X

...

อนึ่ง ทรัมป์กล่าวระหว่างแถลงนโยบายว่า ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 32,000 ศพ ในการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศอิหร่านเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวประเมินเอาไว้มาก โดยหน่วยงานสำนักข่าวสิทธิมนุษยชน (HRANA) ที่มีฐานในสหรัฐฯ ระบุยอดผู้เสียชีวิตที่นับได้ในขณะนี้อยู่ราว 7,000 ศพ และเชื่อว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นมาก

ขณะที่รัฐบาลอิหร่านซึ่งมักจะรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตต่ำกว่าความเป็นจริงในเหตุความไม่สงบครั้งก่อนๆ ออกมาให้ข้อมูลเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่ามีผู้เสียชีวิต 3,117 ศพ

ทางด้าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กอลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า สหรัฐฯ มีทางเลือกเพียงสองทาง คือจะเลือกใช้วิธีทางการทูต หรือจะเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของอิหร่าน

“หากคุณเลือกโต๊ะเจรจาทางการทูต ซึ่งเป็นการทูตที่เคารพในศักดิ์ศรีของชาติอิหร่านและผลประโยชน์ร่วมกัน เราก็จะไปนั่งที่โต๊ะนั้นด้วยเช่นกัน” กอลิบาฟกล่าว ตามรายงานของสำนักข่าว Student News Network ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการที่เชื่อกันว่ามีความใกล้ชิดกับกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ (Basij) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน

“แต่หากคุณตัดสินใจที่จะซ้ำรอยอดีตด้วยการหลอกลวง, โกหก, การคำนวณที่ผิดพลาด และข้อมูลเท็จ รวมถึงเปิดฉากโจมตีในระหว่างการเจรจา คุณจะได้ลิ้มรสการตอบโต้อย่างหนักหน่วงจากประชาชนชาวอิหร่านและกองกำลังป้องกันประเทศอย่างแน่นอน”

ทั้งนี้ อิหร่านและสหรัฐฯ มีกำหนดจะเจรจากันรอบที่ 3 ในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวา โดยมีโอมานเป็นคนกลาง ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอิหร่านให้ทำข้อตกลงนิวเคลียร์ ด้วยการส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดในโลกไปยังตะวันออกกลาง และขู่จะใช้กำลังทหารหากการเจรจาล้มเหลวด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : apnews