ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว หลังจากเกิดเหตุโจรกรรมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ภายในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกแห่งนี้เมื่อหลายเดือนก่อน และจนถึงตอนนี้ยังหาของกลางไม่ได้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาง ลอเรนซ์ เดส์ การ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ได้ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง แล้ว ในวันอังคารที่ 24 ก.พ. 2569 ไม่กี่เดือนหลังจากเกิดเหตุโจรกรรมเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของเชื้อพระวงศ์ฝรั่งเศส จนทำให้เกิดข้อครหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย
เหตุโจรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 19 ต.ค. 2568 โดยกลุ่มโจรได้ใช้รถบรรทุกติดลิฟต์กลไกที่ขโมยมาเพื่อปีนขึ้นไปยังระเบียงฝั่งแม่น้ำแซน ก่อนจะบุกเข้าไปใน หอศิลป์อะพอลโล (Galerie d'Apollon) และขโมยเครื่องราชกกุธภัณฑ์มูลค่ารวมกว่า 88 ล้านยูโรไป (ราว 3.2 พันล้านบาท)
ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยหลักทั้ง 4 รายถูกจับกุมตัวได้แล้ว ทว่าเครื่องประดับอันล้ำค่าทั้ง 8 ชิ้นยังคงสูญหาย โดยที่ผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า อาจไม่สามารถนำพวกมันกลับคืนมาได้แล้ว
ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปรวมถึงสร้อยคอเพชรและมรกตที่จักรพรรดินโปเลียนเคยมอบให้แก่พระมเหสี โดยในระหว่างที่หัวขโมยกำลังหลบหนี พวกเขาได้ทำมงกุฎประดับเพชรสมัยศตวรรษที่ 19 ของจักรพรรดินีอูเชนี (Empress Eugenie) ตกจนได้รับความเสียหายด้วย
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ได้เปิดเผยภาพความเสียหายของมงกุฎดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดเหตุ โดยระบุว่าตัวมงกุฎยังคงอยู่ในสภาพ “เกือบสมบูรณ์” และสามารถบูรณะให้กลับมาเป็นดังเดิมได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นที่เก็บรักษาผลงานศิลปะล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้มากมาย รวมถึงภาพ “โมนาลิซา” ของเลโอนาร์โด ดา วินชี ทว่าเพียงไม่กี่วันหลังเหตุโจรกรรม นาง เดส์ การ์ ได้ยอมรับว่าระบบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณพิพิธภัณฑ์นั้นมีจุดอ่อนและ “เก่าล้าสมัย” และกล้องเพียงตัวเดียวที่สังเกตการณ์จุดที่โจรบุกเข้าไป กลับหันไปทางอื่น
...
แม้ว่าพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์จะมีจำนวนผู้เข้าชมมหาศาลกว่า 8.7 ล้านคนต่อปี แต่การลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยกลับเป็นไปอย่างล่าช้า ซึ่งนาง เดส์ การ์ เน้นย้ำถึงความท้าทายด้านงบประมาณที่สถาบันขนาดใหญ่ต้องเผชิญ โดยเธอเคยกล่าวไว้ในปี 2564 แล้วว่า เธอต้องการเพิ่มจำนวนกล้องวงจรปิดขึ้นอีกเท่าตัว แต่มันยังไม่เกิดขึ้น
ตอนนี้ ทางการฝรั่งเศสตั้งคณะกรรมการสอบสวนของรัฐสภาเพื่อหาข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยคาดว่าจะทราบผลสรุปในเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยรายงานขั้นต้นที่เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุ “ความล้มเหลวเชิงระบบ” เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการบุกรุกครั้งนี้
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc