เกาหลีใต้ซึ่งเคยมีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลก เริ่มเห็นสัญญาณผ่อนคลายของวิกฤตประชากร หลังข้อมูลจากกระทรวงข้อมูลและสถิติเปิดเผยว่า อัตราการเจริญพันธุ์รวมในปี 2025 อยู่ที่ 0.80 เพิ่มขึ้นจาก 0.75 ในปี 2024 นับเป็นการปรับเพิ่มต่อเนื่องเป็นปีที่สอง ชี้ปัจจัยหลักมาจากการแต่งงานที่ทำสถิติสูงสุดใหม่และการปรับเปลี่ยนทัศนคติทางสังคม
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงข้อมูลและสถิติของเกาหลีใต้ระบุว่า อัตราเจริญพันธุ์หรือจำนวนบุตรเฉลี่ยที่ผู้หญิงหนึ่งคนจะมีได้ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.80 ในปี 2025 ขยับขึ้นจาก 0.75 ในปี 2024 ตัวเลขในปี 2025 ยังแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งเป็นอัตราที่เร็วที่สุดในรอบ 15 ปี และเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
การฟื้นตัวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากที่เกาหลีใต้ครองแชมป์ประเทศที่มีอัตราการเกิดต่ำที่สุดในโลกมาอย่างยาวนาน โดยเคยดิ่งลงไปจุดต่ำสุดที่ 0.72 ในปี 2023 แต่ผลจากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐและการฟื้นตัวหลังยุคการระบาดของโควิด-19 ทำให้จำนวนเด็กเกิดใหม่เริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา
กระทรวงฯ ระบุว่า การฟื้นตัวของจำนวนเด็กแรกเกิดเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของการแต่งงานและการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของประชากรหญิงในช่วงอายุ 30 ต้น ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมีบุตร ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา
"จำนวนการสมรสเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ถึงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เนื่องจากคู่รักที่เลื่อนการแต่งงานออกไปเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เข้าพิธีวิวาห์"
พัค ฮยอนจอง เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่าปัจจัยที่ขับเคลื่อนสถิตินี้คือ "ยอดการจดทะเบียนสมรส" ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 21 เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ถึงเดือนธันวาคม 2025 เนื่องจากคู่รักที่เลื่อนการแต่งงานออกไปเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้เข้าพิธีวิวาห์ โดยในปี 2025 ยอดแต่งงานเพิ่มขึ้น 8.1% ต่อเนื่องจากปี 2024 ที่เคยพุ่งสูงถึง 14.8% ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่าทัศนคติของชาวเกาหลีใต้ต่อการสร้างครอบครัวเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางบวก โดย 52.5% ของประชากรมีความคิดเห็นเชิงบวกต่อการแต่งงาน เพิ่มขึ้นจาก 50.1% ในปี 2022 และจำนวนบุตรที่ต้องการโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1.89 คน
...
แม้ตัวเลขจะดีขึ้น แต่เกาหลีใต้ยังคงเผชิญกับความท้าทายในระยะยาว โดยพบว่าประชากรลดลงตามธรรมชาติ ในปีที่ผ่านมามีจำนวนเด็กเกิดใหม่ 254,457 คน เพิ่มขึ้น 6.8% แต่ยอดผู้เสียชีวิตกลับสูงถึง 363,389 คน ทำให้ประชากรโดยรวมยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
นอกจากนั้น ยังเกิดแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ธนาคารกลางคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) อาจลดลงเหลือเพียง 0.6% ภายในปี 2045-2049 หากไม่สามารถแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรได้ และมีการเตือนว่ากองทุนบำนาญของรัฐ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก อาจหมดลงภายในปี 2071 เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่สูงขึ้น
ภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง รัฐบาลเตรียมจัดทำแผนยุทธศาสตร์นโยบายประชากร 5 ปี เพื่อรับมือกับสังคมสูงวัย โดยมุ่งเน้นไปที่การขยายการสนับสนุนสวัสดิการการมีบุตร, ดึงดูดแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูงเข้าสู่ตลาดแรงงาน และการสร้างความร่วมมือกับจีนและญี่ปุ่น เพื่อแก้ไขปัญหาประชากรในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก
ทั้งนี้ รัฐบาลคาดการณ์ว่าหากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ อัตราเจริญพันธุ์ของเกาหลีใต้จะสามารถกลับขึ้นไปแตะระดับ 1.0 ได้ในปี 2031 เพื่อช่วยประคองจำนวนประชากรที่คาดว่าจะเหลือเพียง 36.2 ล้านคนในปี 2072