นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียแจ้งผู้นำสหราชอาณาจักรว่า เขาพร้อมสนับสนุนหากมีแผนการใดๆ เพื่อถอดถอน อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ จากกรณีอื้อฉาวต่างๆ ที่ผ่านมา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 23 ก.พ. 2569 ว่า นายแอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีแห่งออสเตรเลียส่งจดหมายถึง เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อแจ้งว่า รัฐบาลของเขาพร้อมจะสนับสนุนแผนการถอดถอน แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์
ปัจจุบัน แอนดรูว์ยังคงอยู่ในลำดับที่ 8 ของการสืบราชบัลลังก์ แม้จะถูกถอดถอนพระยศต่าง ๆ รวมถึงคำนำหน้าชื่อว่า “เจ้าชาย” ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2569 ท่ามกลางแรงกดดันเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศเด็ก
ขณะนี้รัฐบาลสหราชอาณาจักรกำลังพิจารณาที่จะเสนอกฎหมายเพื่อถอดถอนอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ หลังจากเขาถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยว่าประพฤติมิชอบในตำแหน่งหน้าที่สาธารณะเมื่อ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังถูกแฉว่า เขาแบ่งปันข้อมูลลับระหว่างปฏิบัติหน้าที่ทูตการค้าให้นายเอปสตีนรู้
ข้อความในจดหมายของนายอัลบาเนซีระบุว่า “เรียน นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ สืบเนื่องจากเหตุการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ แอนดรูว์ เมานต์แบ็ตเทน-วินด์เซอร์ ผมเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อยืนยันว่า รัฐบาลของผมจะเห็นชอบต่อข้อเสนอใดก็ตามที่จะถอดถอนเขาออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์”
“ผมเห็นพ้องกับท่านว่า กระบวนการทางกฎหมายควรดำเนินไปอย่างเต็มที่ และต้องมีการสอบสวนอย่างถี่ถ้วน เป็นธรรม และเหมาะสม” จดหมายระบุ “ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นเรื่องร้ายแรง และชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก”
...
อดีตเจ้าชายได้รับการปล่อยตัวภายใต้การสอบสวน หลังจากถูกสำนักงานตำรวจเทมส์แวลลีย์ ควบคุมตัวไว้นานถึง 11 ชั่วโมง โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดการสอบปากคำ แต่ที่ผ่านมา แอนดรูว์ปฏิเสธข้อกล่าวหาและการกระทำผิดใด ๆ อย่างแข็งขันมาโดยตลอด
ทั้งนี้ การจะถอดถอนเชื้อพระวงศ์ออกจากลำดับการสืบราชสันตติวงศ์ จำเป็นต้องตราเป็น พระราชบัญญัติ (Act of Parliament) ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและสภาขุนนาง (วุฒิสภา) และจะมีผลบังคับใช้เมื่อกษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฎหมาย
นอกจากนั้น การถอดถอนยังต้องได้รับความเห็นชอบจากประเทศในเครือจักรภพอีก 14 ประเทศที่พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ รวมถึงแคนาดา ออสเตรเลีย จาเมกา และนิวซีแลนด์ด้วย
ทางด้านพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระราชดำรัสหลังการจับกุมแอนดรูว์ พระอนุชาของพระองค์ว่า “สิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปจากนี้ คือกระบวนการที่ยุติธรรม เป็นธรรม และถูกต้อง ซึ่งจะมีการสอบสวนประเด็นนี้ในแนวทางที่เหมาะสมโดยเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง”
ขณะที่โฆษกนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ตัดทางเลือกใดทิ้งทั้งสิ้น “เนื่องจากกระบวนการสอบสวนของตำรวจยังคงดำเนินอยู่ จึงไม่เป็นการเหมาะสมที่รัฐบาลจะให้ความเห็นเพิ่มเติมในระยะนี้”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc