ทูตพิเศษสหรัฐเผย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งข้อสงสัยเหตุใดอิหร่านยังไม่ "ยอมจำนน" ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารของสหรัฐฯ ขณะเดียวกันรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยืนยันยังมีโอกาสแก้ปัญหาด้วยการทูต ด้านโอมานระบุการเจรจารอบใหม่เตรียมจัดขึ้นที่นครเจนีวา ท่ามกลางสถานการณ์ประท้วงใหญ่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งของอิหร่าน

สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยผ่านฟ็อกซ์นิวส์ว่า ทรัมป์กำลัง "สงสัย" และตั้งคำถามถึงท่าทีของอิหร่านที่ยังไม่มีสัญญาณของการ "ยอมจำนน"  แม้ว่าสหรัฐฯ จะเดินหน้าเสริมกำลังทางทหารในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และมีการขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารในวงจำกัด หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องโครงการนิวเคลียร์ได้

วิตคอฟฟ์ระบุว่า ทรัมป์ไม่ได้รู้สึก "หงุดหงิด" เพราะเขายังมีทางเลือกอื่นอีกมาก แต่เขารู้สึกแปลกใจว่าภายใต้ความกดดันมหาศาลจากกองเรือบรรทุกเครื่องบินและกำลังทางเรือที่สหรัฐฯ ส่งไปประชิด เหตุใดผู้นำอิหร่านถึงยังไม่ยอมเดินเข้ามาเจรจาเพื่อยืนยันว่าตนเองไม่ได้ต้องการสร้างอาวุธนิวเคลียร์

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ออกมาระบุว่าเขายังเชื่อมั่นในการแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูตแบบ "วิน-วิน" โดยเปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่กำลังจัดทำร่างข้อตกลงเพื่อส่งมอบให้วิตคอฟฟ์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังจากที่มีความคืบหน้าในการเจรจาทางอ้อมที่นครเจนีวา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้ขีดเส้นตายอย่างชัดเจนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า โลกจะได้รู้กันภายใน "10 วันข้างหน้า" ว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือสหรัฐฯ จะต้องใช้มาตรการทางทหารขั้นเด็ดขาด

ปัจจุบันสหรัฐฯ ได้ส่งยุทโธปกรณ์มหาศาลเข้าไปในภูมิภาค รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก เรือยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น เรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำพร้อมกองเรือหนุน และเรือพิฆาต, เรือรบ และฝูงเครื่องบินขับไล่จำนวนมาก

...

ในขณะที่แรงกดดันภายนอกเพิ่มสูงขึ้น ภายในประเทศอิหร่านเองก็เกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในหลายมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชาริฟ ในกรุงเตหะราน และมหาวิทยาลัยเฟอร์โดว์ซีในมัชฮัด เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 รายจากการปราบปรามของรัฐบาลเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ข้อมูลจากหน่วยงานสิทธิมนุษยชน Hrana ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามในระลอกล่าสุด สูงถึง 7,015 ราย ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงเด็กกว่า 200 คน ขณะที่ทางการอิหร่านโต้แย้งว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณ 3,100 ราย และส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่ถูกผู้ก่อจลาจลทำร้าย

ในวิดีโอที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบภาพกลุ่มผู้ประท้วงชูธง "ราชสีห์และตะวัน" (สัญลักษณ์ก่อนการปฏิวัติอิสลามปี 1979) พร้อมตะโกนคำขวัญสนับสนุนระบอบกษัตริย์ ขณะที่กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลก็ได้ออกมาประท้วงตอบโต้ด้วยการเผาธงชาติสหรัฐฯ และอิสราเอล จนเกิดเหตุปะทะกันในบางพื้นที่.


ที่มา BBC