เหตุรุนแรงปะทุหนักลามกว่า 12 รัฐทั่วเม็กซิโก หลังปฏิบัติการสังหาร "เอล เมนโช" ราชายาเสพติดหมายเลข 1 รายงานระบุมีการเผารถปิดถนนกว่า 250 จุด ส่งผลกระทบเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 สายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบิน หลายประเทศเตือนพลเมืองเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่สหรัฐฯ ยกย่องเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการปราบปรามยาเสพติด
เกิดเหตุความรุนแรงแผ่ขยายไปทั่วประเทศเม็กซิโก หลังจากนายเนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์วันเตส หรือ "เอล เมนโช" (El Mencho) หัวหน้าแก๊งยาเสพติด "ฮาลิสโก นิว เจเนอเรชัน" (Jalisco New Generation - CJNG) ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดของทางการเม็กซิโก เสียชีวิตระหว่างการปราบปรามของกองทัพเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ก.พ.)
กระทรวงกลาโหมเม็กซิโกแถลงว่า ปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นที่เมืองทาปัลปา รัฐฮาลิสโก โดยเกิดการยิงปะทะกันอย่างดุเดือดระหว่างกลุ่มมือปืนและทหาร ส่งผลให้เอล เมนโช ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา สมาชิกแก๊ง CJNG เสียชีวิต 4 ราย และเจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย
ทันทีที่มีข่าวการเสียชีวิตของผู้นำกลุ่ม สมาชิกแก๊งค้ายาได้ตอบโต้ด้วยการก่อเหตุจลาจลในอย่างน้อย 12 รัฐ โดยใช้วิธีนำรถยนต์มาเผาวางสิ่งกีดขวางบนถนน มากถึง 250 จุดทั่วประเทศ เฉพาะในรัฐฮาลิสโกเพียงแห่งเดียวพบถึง 65 จุด
ปาโบล เลมัส นาวาร์โร ผู้ว่าการรัฐฮาลิสโก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับสีแดง โดยมีมาตรการต่างๆ เช่น ระงับการขนส่งสาธารณะทั้งหมด ยกเลิกกิจกรรมแบบรวมกลุ่มและการเรียนการสอนในสถานศึกษา เฝ้าระวังเมืองกัวดาลาฮารา ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 หลังพบกลุ่มควันดำพุ่งเหนือท้องฟ้าหลายจุด ขณะที่นักท่องเที่ยวในเมืองพวยร์โต บายาร์ตา เมืองตากอากาศชื่อดังระบุว่าสภาพเมืองไม่ต่างจาก "เขตสงคราม"
...
คณะรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงของเม็กซิโกเปิดเผยว่า ปัจจุบันจับกุมผู้ก่อเหตุได้แล้ว 25 ราย โดย 11 รายเกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรง และ 14 รายฐานปล้นสะดม นอกจากนี้ยังมีรายงานธนาคารกว่า 20 แห่งถูกโจมตี และร้านค้าหลายแห่งถูกวางเพลิง
ด้านสายการบินระดับโลกอย่าง แอร์ แคนาดา, ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ และอเมริกัน แอร์ไลน์ได้ประกาศยกเลิกเที่ยวบินมุ่งหน้าสู่รัฐฮาลิสโก ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ และอังกฤษออกประกาศเตือนพลเมืองให้ใช้ความระมัดระวังสูงสุดและกักตัวอยู่ในที่พัก
คาโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า "เอล เมนโช" วัย 59 ปี คือเป้าหมายสูงสุดเนื่องจากเป็นตัวการใหญ่ในการลักลอบขนส่ง "เฟนทานิล" เข้าสู่สหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ เคยตั้งค่าหัวเขาสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 465 ล้านบาท) นายไมค์ วิจิล อดีตหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการระหว่างประเทศของ DEA ระบุว่านี่คือหนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์การปราบปรามยาเสพติด
ด้านประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบอม ของเม็กซิโก ยืนยันว่ารัฐบาลกลางและท้องถิ่นกำลังประสานงานกันอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ และขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความสงบกลับคืนมาโดยเร็ว.
ที่มา BBC