เอล เมนโช ราชายาเสพติด ผู้ที่ทางการเม็กซิโกต้องการตัวมากที่สุด ถูกสังหารแล้วในปฏิบัติการทางทหารของกองทัพเม็กซิโก โดยมีสหรัฐฯ ให้การสนับสนุนด้านข้อมูลด้วย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ก.พ. 2569 กระทรวงกลาโหมของเม็กซิโกแถลงว่า นายเนเมซิโอ โอเซเกรา เซร์วันเตส หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เอล เมนโช” (El Mencho) ราชายาเสพติดและผู้นำแก๊ง “ฮาลิสโก นิว เจนเนอเรชัน” (CJNG) ที่ทางการต้องการตัวมากที่สุด ถูกกองทัพสังหารแล้วในปฏิบัติการด้านความมั่นคง

เอล เมนโช เสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติการทางทหารซึ่งเกิดขึ้นในช่วงรุ่งสางของวันอาทิตย์ ที่เมืองตาปัลปา (Tapalpa) ทางตอนกลางฝั่งตะวันตกของรัฐฮาลิสโก

กระทรวงกลาโหมระบุในแถลงการณ์ว่า สมาชิกกลุ่ม CJNG หลายรายถูกสังหารในระหว่างปฏิบัติการ ขณะที่ “เอล เมนโช” ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตลงในขณะที่กำลังถูกส่งตัวทางอากาศไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี้ ขณะที่มีทหาร 3 นายได้รับบาดเจ็บ และถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในกรุงเม็กซิโกซิตี้เพื่อรับการรักษาฉุกเฉินแล้ว

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า สามารถยึดรถหุ้มเกราะหลายคันและอาวุธอีกจำนวนมาก รวมถึงเครื่องยิงจรวด ในระหว่างปฏิบัติการครั้งนี้

ทั้งนี้ กลุ่ม CJNG ได้ขยายอำนาจจากฐานที่มั่นเดิมในรัฐฮาลิสโก จนปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ทั่วประเทศเม็กซิโก

ตลอดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุเผารถยนต์หลายจุด รวมถึงมีการพบเห็นกลุ่มมือปืนตามท้องถนนในรัฐฮาลิสโกและพื้นที่อื่นๆ ทำให้นายปาโบล เลมุส นาบาร์โร ผู้ว่าการรัฐฮาลิสโก ต้องประกาศเตือนประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย โดยแนะนำให้ปฏิบัติตามคำเตือนระดับ “รหัสแดง” และหลีกเลี่ยงการออกจากที่พักอาศัย

ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกประกาศคำเตือนให้พลเมืองอเมริกันในรัฐฮาลิสโก, รัฐตามูลิปัส รวมถึงพื้นที่ในรัฐมิโชอากัง, รัฐเกร์เรโร และรัฐนวยโวเลออง หาที่หลบภัยในอาคาร

...

กระทรวงกลาโหมของเม็กซิโกระบุว่า สหรัฐฯ ได้มอบข้อมูลที่ช่วยในปฏิบัติการครั้งนี้ให้แก่เม็กซิโกด้วย

ทางด้าน นายคริสโตเฟอร์ แลนโด อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำเม็กซิโกและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า การเสียชีวิตของ “เอล เมนโช” ถือเป็น “พัฒนาการที่ยอดเยี่ยมสำหรับเม็กซิโก, สหรัฐฯ, ลาตินอเมริกา และคนทั้งโลก”

ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเสนอเงินรางวัลนำจับมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์ สำหรับใครก็ตามที่ให้ข้อมูลนำไปสู่การจับกุมตัว “เอล เมนโช” ด้วย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc