นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วอิหร่านพร้อมใจลุกฮือประท้วงต่อต้านรัฐบาล ถือเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ปราบปรามผู้ประท้วงอย่างนองเลือดเมื่อเดือนที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดกับสหรัฐฯ ยังคงทวีความรุนแรง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ใช้มาตรการทางทหารภายใน 10 วัน
สำนักข่าวบีบีซีได้ตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของคลิปวิดีโอเหตุการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 ก.พ.) พบว่ามีนักศึกษาจำนวนมากออกมาเดินขบวนประท้วงภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชารีฟ ในกรุงเตหะราน เนื่องในโอกาสเปิดภาคเรียนใหม่
ผู้ประท้วงต่างพากันชูธงชาติและตะโกนคำขวัญเผ็ดร้อนอย่าง "เผด็จการจงพินาศ" ซึ่งสื่อถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของประเทศ นอกจากนี้ยังมีรายงานการเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มนักศึกษากับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่รวมตัวกันในบริเวณใกล้เคียง
นอกจากมหาวิทยาลัยชารีฟแล้ว ยังมีการจัดกิจกรรมประท้วงในจุดอื่นๆ ทั่วกรุงเตหะรานและเมืองสำคัญ เช่นที่มหาวิทยาลัยชาฮิด เบเฮชตี มีการนั่งประท้วงโดยสงบ ส่วนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีอามีร์ กาบีร์ มีการตะโกนขับไล่รัฐบาล และที่เมืองมัชฮัด เมืองใหญ่อันดับสองทางตะวันออกเฉียงเหนือ นักศึกษาออกมารวมตัวเรียกร้องเสรีภาพและสิทธิอันชอบธรรม
การประท้วงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อไว้อาลัยแก่เหยื่อหลายพันคนที่เสียชีวิตจากการประท้วงครั้งใหญ่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจก่อนจะบานปลายเป็นการขับไล่รัฐบาล
ข้อมูลจาก Hrana หน่วยงานสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตที่ยืนยันได้แล้วอย่างน้อย 6,159 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 92 ราย และเจ้าหน้าที่รัฐ 214 ราย และกำลังตรวจสอบรายงานการเสียชีวิตเพิ่มเติมอีกกว่า 17,000 ราย ขณะที่ทางการอิหร่านอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตราว 3,100 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงหรือประชาชนที่ถูกผู้ก่อจลาจลทำร้าย
...
สถานการณ์ภายในอิหร่านเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตความมั่นคงระดับโลก โดยสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรปสงสัยว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งแม้การเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาจะดูมีความคืบหน้า แต่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับให้สัมภาษณ์เชิงข่มขู่ว่า "โลกจะได้รู้กันภายใน 10 วันข้างหน้า ว่าจะมีการตกลงกันได้ หรือสหรัฐฯ จะต้องใช้ปฏิบัติการทางทหาร"
ปัจจุบันสหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารเข้าใกล้พื้นที่อิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มฝ่ายค้านในต่างแดนบางส่วนพยายามสนับสนุนให้ทรัมป์ใช้กำลังทหารเพื่อล้มล้างรัฐบาลสายแข็งของอิหร่านโดยเร็ว
ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการชุมนุมต่อเนื่องในวันนี้ (22 ก.พ.) สงครามข้อมูลข่าวสารบนโลกโซเชียลมีเดียก็ทวีความรุนแรงขึ้น ต่างฝ่ายต่างพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับความต้องการที่แท้จริงของชาวอิหร่าน ท่ามกลางบรรยากาศความหวาดระแวงว่าประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะสงครามกับมหาอำนาจตะวันตก.
ที่มา BBC