เด็กวัยเพียง 2 ขวบในอิตาลีเสียชีวิตแล้ว ราว 2 เดือนหลังจากเขาได้รับการปลูกถ่ายหัวใจที่เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่ง จนทำให้เขาอาการทรุดหนักจนไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ด.ช. โดเมนิโก วัย 2 ขวบ เสียชีวิตเมื่อเวลาเกือบ 09:30 น. ของวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. 2569 ตามเวลาท้องถิ่น จากอาการป่วยที่เกิดขึ้นจากการได้รับการปลูกถ่ายหัวใจที่มีสภาพชำรุดเสียหายเนื่องจากถูกน้ำแข็งกัดเมื่อไม่กี่เดือนก่อน

ทางโรงพยาบาลโมนัลดีซึ่งเป็นสถานที่ที่เด็กชายเข้ารับการรักษา ระบุว่า เด็กชายวัย 2 ขวบผู้นี้เผชิญกับ “ภาวะทรุดหนักของอาการทางคลินิกอย่างกะทันหันและไม่สามารถย้อนกลับคืนมาได้”

มีรายงานว่า หัวใจที่นำมาปลูกถ่ายให้แก่ ด.ช.โดเมนิโกเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ถูกขนส่งมายังโรงพยาบาลโดยให้สัมผัสกับน้ำแข็งแห้ง (Dry Ice) โดยตรง ซึ่งส่งผลให้เนื้อเยื่อได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

ขณะนี้อัยการได้เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และมีบุคลากรทางการแพทย์ 6 รายที่ถูกจัดอยู่ภายใต้การสอบสวนอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของประชาชนทั่วประเทศอิตาลี

นายฟรานเชสโก เปตรุซซี ทนายความประจำครอบครัวของ ด.ช.โดเมนิโก บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อวัยวะดังกล่าวมาถึงในสภาพที่ “เนื้อเยื่อถูกทำลายจากความเย็นจัด” (Frostbite) หลังจากถูกขนส่งเป็นระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร จากเมืองโบลซาโนไปยังเมืองเนเปิลส์ ในภาชนะที่ไม่เหมาะสมโดยวางไว้ข้างน้ำแข็ง และไม่มีเครื่องวัดอุณหภูมิที่จะคอยแจ้งเตือนทีมแพทย์หากอุณหภูมิต่ำเกินไป

เด็กน้อยวัย 2 ขวบต้องใช้เครื่องช่วยพยุงสัญญาณชีพในเมืองเนเปิลส์มานานเกือบ 2 เดือน โดยนางพาทริเซีย เมอร์โคลีโน มารดาของเขา ได้เคยส่งสาส์นวิงวอนต่อพระสันตะปาปาให้ทรงช่วยบุตรชายของเธอด้วย

...

ทางด้านนางจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวว่า “ชาวอิตาลีทั้งประเทศต่างโศกเศร้าต่อการจากไปของหนูน้อยโดเมนิโก นักสู้ที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป”

เธอยังได้เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า “ในนามของข้าพเจ้าและรัฐบาล ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอเป็นกำลังใจให้กับคุณแม่พาทริเซีย คุณพ่ออันโตนิโอ และบุคคลอันเป็นที่รักทุกคนของเขาด้วย” “ข้าพเจ้ามั่นใจว่าหน่วยงานที่มีอำนาจจะดำเนินการตรวจสอบเพื่อไขความกระจ่างต่อเหตุการณ์อันเลวร้ายนี้อย่างเต็มที่”

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา คณะผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ได้ข้อสรุปว่า สภาวะของโดเมนิโกนั้น “ไม่เอื้ออำนวย” ต่อการเข้ารับการปลูกถ่ายหัวใจครั้งใหม่ได้อีกต่อไป และเตือนด้วยว่า การใช้เครื่องพยุงชีพเป็นระยะเวลานานเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อปอด ตับ และไตของเด็กชายได้

นายเปตรุซซีกล่าวในขณะนั้นว่า ทางครอบครัวต้องการตรวจสอบบันทึกทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยระบุว่า “หากเวลาแห่งความหวังได้สิ้นสุดลงแล้ว เช่นนั้นเวลาแห่งความรับผิดชอบก็เริ่มต้นขึ้น”

นายออราซิโอ สกิลลาชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของอิตาลี กล่าวเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ว่า “เราต้องทำให้กระจ่างชัดที่สุดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ... เราติดค้างต่อทั้งตัวเด็ก ต่อครอบครัว และต่อชาวอิตาลีทุกคนที่จะต้องทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน”

“เรามีระบบบริการสาธารณสุขระดับชาติที่ยอดเยี่ยม ซึ่งสามารถรับมือและแก้ไขสถานการณ์ที่ซับซ้อนได้เกือบจะเสมอมา ดังนั้น ข้าพเจ้าเชื่อว่าประชาชนไม่ควรสูญเสียความเชื่อมั่นไป” นายสกิลลาชีกล่าว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc