ฮังการี รวมถึงสโลวาเกีย เตรียมดำเนินการตัดการส่งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติให้แก่ยูเครน หลังการส่งน้ำมันรัสเซียผ่านท่อส่งในยูเครนหยุดชะงัก โดยเคียฟอ้างว่าท่อถูกโดรนโจมตีเสียหาย
สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า หัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีวิกตอร์ ออร์บาน กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 ก.พ.) ว่า ฮังการีกำลังพิจารณาที่จะตัดการส่งออกไฟฟ้าและก๊าซไปยังยูเครน นอกเสียจากว่ากรุงเคียฟจะกลับมาส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังฮังการีผ่านทางท่อส่งน้ำมันดรูจบา (Druzhba) อีกครั้ง
ฮังการีและสโลวาเกีย ซึ่งเป็นเพียง 2 ประเทศในสหภาพยุโรปที่ยังมีโรงกลั่นน้ำมันที่ใช้น้ำมันจากรัสเซียผ่านท่อส่งดรูจบา พยายามหาทางรักษาความมั่นคงด้านอุปทานน้ำมัน นับตั้งแต่การส่งน้ำมันผ่านท่อดังกล่าวถูกระงับไปเมื่อวันที่ 27 ก.ค. โดยยูเครนอ้างว่า โดรนรัสเซียโจมตีจนท่อเสียหาย
โรงกลั่นต่าง ๆ วางแผนที่จะเริ่มนำน้ำมันจากคลังสำรองของรัฐมาใช้ โดยรัฐบาลสโลวาเกียได้อนุมัติการให้กู้ยืมน้ำมันจำนวน 250,000 ตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ขณะที่ เกอร์เกลี กูลยาส หัวหน้าคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีออร์บาน กล่าวว่า รัฐบาลฮังการีก็ได้อนุมัติให้มีการนำน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้แล้วเช่นกัน หลังจากได้รับการร้องขอจากบริษัทผู้กลั่นน้ำมัน MOL
ฮังการีและสโลวาเกียกล่าวหายูเครนว่า จงใจประวิงเวลาในการกลับมาส่งน้ำมันด้วยเหตุผลทางการเมือง และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทั้ง 2 ประเทศก็ประกาศระงับการส่งออกน้ำมันดีเซลไปยังยูเครน
อนึ่ง นายกรัฐมนตรี วิกตอร์ ออร์บาน แห่งฮังการี เป็นผู้ที่แสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจนต่อความพยายามของยูเครนในการเข้าร่วมสหภาพยุโรป อีกทั้งฮังการีและสโลวาเกียต่างก็ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย มาตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปีของสงครามในยูเครน
...
“เรากำลังพิจารณาทางเลือกในการระงับการส่งไฟฟ้าและก๊าซไปยังยูเครนด้วยเช่นกัน” กูลยาสกล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาลบูดาเปสต์กำลังประสานงานขั้นตอนต่าง ๆ ร่วมกับสโลวาเกีย นอกเสียจากว่ายูเครนจะกลับมาส่งน้ำมันดิบผ่านท่อส่งดรูจบาตามเดิม
ด้านนายกรัฐมนตรี โรเบิร์ต ฟิโก แห่งสโลวาเกีย ก็หยิบยกเรื่องความเป็นไปได้ที่จะระงับการจ่ายไฟฟ้าสำรองฉุกเฉินให้แก่ยูเครนขึ้นมากล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเช่นกัน
“จะมีการใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติม หากรัฐบาลยูเครนยังไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ และยังคงระงับการส่งน้ำมันผ่านท่อส่งดรูจบาต่อไปโดยใช้ข้ออ้างที่ไม่เป็นความจริง” กูลยาสกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ExPro ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในกรุงเคียฟระบุว่า ฮังการีและสโลวาเกียเป็นประเทศที่ยูเครนนำเข้าพลังงานไฟฟ้ามากที่สุด คิดเป็น 68% ของไฟฟ้านำเข้าทั้งหมดในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ฮังการียังเป็นแหล่งนำเข้าก๊าซประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณการนำเข้าก๊าซทั้งหมดของยูเครนในขณะนี้ด้วย
ฮังการีเปิดเผยด้วยว่า พวกเขากับสโลวาเกียได้ร้องขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปบังคับใช้ข้อยกเว้นที่อนุญาตให้ทั้งสองประเทศสามารถซื้อน้ำมันรัสเซียที่ขนส่งทางเรือได้ แม้จะมีมาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป (EU) ที่สั่งห้ามประเทศสมาชิกนำเข้าน้ำมันดังกล่าวก็ตาม
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : reuters