โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า โลกจะได้รู้ใน 10 วัน ว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้หรือไม่ ท่ามกลางคำขู่ใช้กำลังทหาร

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการสันติภาพครั้งที่ 1 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อ 9 ก.พ. 2569 ว่า โลกจะได้รู้กันภายในเวลาประมาณ 10 วันข้างหน้า ว่าสหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านได้ หรือจะต้องใช้มาตรการทางทหาร

ทรัมป์ระบุว่า “เรายังมีงานที่ต้องทำอีกพอสมควร” ในการหาข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และเสริมว่า “เราอาจจำเป็นต้องยกระดับการดำเนินการขึ้นไปอีกขั้น”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ซึ่งเป็นลูกเขยของเขาด้วยนั้น มีการประชุมที่ “ดีมาก” กับอิหร่านหลายครั้งแล้ว และย้ำว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทำข้อตกลงที่มีความหมายกับอิหร่านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจำเป็นต้องทำข้อตกลงที่มีความหมายให้ได้ มิเช่นนั้นสิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น”

ทั้งนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารเข้าสู่ตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มีรายงานความคืบหน้าจากการเจรจาระหว่างตัวแทนของอเมริกาและอิหร่านในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เช่นกัน

การเจรจาดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ข่มขู่อิหร่านหลายครั้งว่าจะใช้กำลังทหาร ทั้งในเรื่องการปราบปรามผู้ชุมนุมของรัฐบาลเตหะราน และเรื่องกิจกรรมนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ ส่งกองเรือรบไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียแล้ว เพื่อกดดันให้อิหร่านยอมทำข้อตกลง

สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคเดโมแครตและสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วน ออกมาแสดงท่าทีต่อต้าน ไม่ให้นายทรัมป์มีปฏิบัติการทางทหารใดๆ ต่ออิหร่าน โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากสภาคองเกรสก่อน ดังเช่นกรณีที่สหรัฐฯ บุกจับกุม นิโกลัส มาดูโร ถึงในเมืองหลวงเวเนซุเอลาเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

...

หนึ่งวันก่อนหน้านี้ แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวออกมาเตือนว่า จะเป็นการฉลาดกว่ามากๆ หากอิหร่านทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ พร้อมเสริมว่าทรัมป์ยังคงหวังที่จะใช้แนวทางการทูตในการแก้ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc