มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ขึ้นให้การต่อศาล หลังถูกฟ้องร้องว่าโซเชียลมีเดียทำให้เยาวชนเสพติด โดยเขายืนยันว่า บริษัทเลิกออกแบบแอปเพื่อดึงดูดให้คนใช้งานนาน ๆ แล้ว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอของ “เมตา” (Meta) ผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดนิยมทั้ง “เฟซบุ๊ก” (Facebook) และ “อินสตาแกรม” (Instagram) ขึ้นให้การต่อศาลในวันพุธที่ 18 ก.พ. 2569 หลังทนายความตั้งข้อสังเกตว่าเขาอาจให้ข้อมูลเท็จต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับการออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
ซักเคอร์เบิร์กกำลังเผชิญการพิจารณาคดีประวัติศาสตร์ว่าด้วยเรื่องการเสพติดโซเชียลมีเดียในเยาวชน โดยเขาถูกซักถามเกี่ยวกับคำแถลงที่เขาเคยให้ไว้กับสภาคองเกรสในปี 2567 ซึ่งในตอนนั้นเขากล่าวว่า บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้ทีมงานออกแบบแอปเพื่อเพิ่มเวลาในการใช้งาน (Screentime) ให้ได้มากที่สุด
มาร์ก ลาเนียร์ ทนายความฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นตัวแทนของหญิงสาวที่กล่าวหาว่า Meta ทำลายสุขภาพจิตของเธอตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก ได้แสดงอีเมลของคณะลูกขุนตั้งแต่ปี 2557 และ 2558 ซึ่งในอีเมลดังกล่าว ซักเคอร์เบิร์กได้วางเป้าหมายในการเพิ่มเปอร์เซ็นต์เวลาการใช้งานแอปมากกว่า 10% ขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ซักเคอร์เบิร์กชี้แจงว่า แม้ในอดีต Meta จะเคยมีเป้าหมายเกี่ยวกับระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้บนแอป แต่บริษัทได้ "เปลี่ยนแนวทาง" ไปแล้วนับตั้งแต่ตอนนั้น
“หากคุณพยายามจะบอกว่าคำให้การของผมไม่ถูกต้อง ผมขอปฏิเสธข้อกล่าวหานั้นอย่างรุนแรงครับ” ซักเคอร์เบิร์กกล่าว
อนึ่ง นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้ก่อตั้ง Facebook ระดับมหาเศรษฐีพันล้านได้เข้าให้การในชั้นศาลเกี่ยวกับผลกระทบของ Instagram ต่อสุขภาพจิตของผู้ใช้งานเยาวชน
...
แม้ว่าก่อนหน้านี้ซักเคอร์เบิร์กจะเคยให้การในประเด็นดังกล่าวต่อสภาคองเกรสมาแล้ว แต่การพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงกว่ามาก เนื่องจาก Meta อาจต้องจ่ายค่าเสียหายหากแพ้คดี และคำตัดสินดังกล่าวอาจทำลายเกราะป้องกันทางกฎหมายที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่าง ๆ ใช้มาอย่างยาวนานเพื่อต่อสู้กับข้อกล่าวหาเรื่องการสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้งาน
คดีความฉบับนี้รวมถึงคดีอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการต่อต้านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกในประเด็นเรื่องสุขภาพจิตของเด็ก
ปัจจุบัน ออสเตรเลียได้สั่งห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแล้ว ขณะที่ประเทศอื่น ๆ รวมถึงสเปนกำลังพิจารณาข้อจำกัดในลักษณะเดียวกัน ส่วนในสหรัฐอเมริกา รัฐฟลอริดาได้สั่งห้ามบริษัทผู้ให้บริการต่าง ๆ ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีใช้งาน แต่กลุ่มสมาคมการค้าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังดำเนินการคัดค้านกฎหมายดังกล่าวในชั้นศาล
ทั้งนี้ การพิจารณาคดีในวันพุธ เกี่ยวข้องกับหญิงชาวแคลิฟอร์เนียรายหนึ่งซึ่งเริ่มใช้งาน Instagram ของ Meta และ YouTube ของ Google ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก โดยเธอกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้มุ่งแสวงหาผลกำไรด้วยการทำให้เด็ก ๆ “เสพติด” บริการของตน ทั้งที่ทราบดีว่าโซเชียลมีเดียสามารถทำลายสุขภาพจิตได้
เธอยังระบุอีกว่าแอปเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เธอเกิดสภาวะซึมเศร้าและมีความคิดที่จะจบชีวิตตัวเอง และกำลังเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
ทางด้าน Meta และ Google ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมชี้ให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทในการเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน โดย Meta มักจะยกผลการศึกษาจากสถาบันวิชาการวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (NAS) มาอ้างอิงว่า งานวิจัยไม่ได้แสดงให้เห็นว่าโซเชียลมีเดียส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพจิตเด็ก
คดีความนี้ถือเป็น “คดีตัวอย่าง” (Test case) สำหรับข้อเรียกร้องที่คล้ายคลึงกันในกลุ่มคดีขนาดใหญ่ที่ฟ้องร้องต่อ Meta, Google (ภายใต้บริษัท Alphabet), Snap และ TikTok ซึ่งปัจจุบันมีทั้งครอบครัว เขตการศึกษา และรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องร้องไปแล้วหลายพันคดี โดยกล่าวหาว่าบริษัทเหล่านี้เป็นต้นเหตุของวิกฤตสุขภาพจิตในเยาวชน
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รายงานเชิงสืบสวนได้มีการขุดคุ้ยเอกสารภายในของ Meta ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทตระหนักอยู่แล้วถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อเยาวชน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนว่า นักวิจัยของ Meta พบว่าวัยรุ่นที่แจ้ง (รีพอร์ต) ว่า Instagram ทำให้พวกเขารู้สึกแย่กับรูปร่างของตนเอง มักจะเห็น “เนื้อหาที่เข้าข่ายส่งเสริมความผิดปกติในการกิน” มากกว่าคนที่ไม่ได้รีพอร์ตอย่างมีนัยสำคัญ
หัวหน้าฝ่าย Instagram ของ Meta ให้การต่อศาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาไม่ทราบเรื่องผลการศึกษาล่าสุดของ Meta ที่ระบุว่า ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างการกำกับดูแลของผู้ปกครอง กับความจดจ่อของวัยรุ่นที่มีต่อการใช้งานโซเชียลมีเดียของตัวเอง
โดยเอกสารที่นำมาแสดงในการพิจารณาคดีระบุว่า วัยรุ่นที่มีสภาวะการใช้ชีวิตที่ยากลำบากมักจะยอมรับว่าตนเองใช้งาน Instagram จนเป็นนิสัยหรือใช้งานโดยไม่ได้ตั้งใจบ่อยครั้งกว่ากลุ่มอื่น
ทางด้านทนายความของ Meta กล่าวต่อคณะลูกขุนในการพิจารณาคดีว่า บันทึกสุขภาพของหญิงสาวรายนี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาของเธอมีต้นตอมาจากปมชีวิตในวัยเด็กที่ยากลำบาก และโซเชียลมีเดียนั้นกลับเป็นพื้นที่ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ให้กับเธอเสียด้วยซ้ำ
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
...
ที่มา : cna