คนงานเหมืองตะกั่วในไนจีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ศพ โดยคาดว่าสาเหตุมาจากการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอีกหลายสิบคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 ก.พ. 2569 ว่า คนงานเหมืองในประเทศไนจีเรียเสียชีวิตอย่างน้อย 33 ศพ โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการรั่วไหลของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ภายในเหมืองตะกั่วและสังกะสีในรัฐพลาโต ทางตอนกลางของประเทศ

เชื่อกันว่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงก่อนรุ่งสาง ณ สถานที่ขุดเจาะนอกเมืองวาเซ (Wase) ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัทเหมืองแร่ Solid Unity Nigeria Ltd.

เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าก๊าซพิษที่รั่วไหลออกมาสะสมอยู่ใต้ดินภายในอุโมงค์ที่มีการระบายอากาศไม่ดี ส่งผลให้คนงานหมดสติและล้มฟุบลงในช่วงใกล้สิ้นสุดกะการทำงานกลางคืนพอดี

ร่างของพวกเขาถูกพบโดยกลุ่มคนงานที่เดินทางมาเข้ากะในช่วงเช้า โดยมีคนงานเหมืองอีกกว่า 20 รายที่ได้รับการช่วยเหลือและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อรับการรักษา

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท้องถิ่นได้ปิดล้อมเหมืองดังกล่าวแล้ว และกำลังสืบสวนหาสาเหตุของการรั่วไหล

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับรัฐยังไม่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และมีรายงานว่าความพยายามในการเข้าช่วยเหลือเป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พื้นที่แถบนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรติดอาวุธ หรือที่คนในท้องถิ่นเรียกว่า “กลุ่มโจร”

ทั้งนี้ รัฐบาลรัฐพลาโตได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่ามีคนงานเหมืองเสียชีวิต 33 ศพ จากเหตุระเบิดภายในเหมือง แต่คนงานที่อยู่ในที่เกิดเหตุยืนยันว่าข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ซาฟิยานู ฮารูนา หนึ่งในคนงานเหมืองที่ไปพบร่างผู้เสียชีวิตยืนยันว่า “มันคือก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่รั่วไหลออกมาและคร่าชีวิตพวกเขา ... ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครเข้าไปช่วยพวกเขาได้ เพราะกลุ่มคนงานที่จะมาเข้ากะเช้ายังเดินทางมาไม่ถึง”

...

นายฮารูนาอ้างด้วยว่า จำนวนคนงานเหมืองที่เสียชีวิตอยู่ที่ 37 ศพ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc