"มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก" ซีอีโอของ "เมตา" เตรียมขึ้นให้การต่อศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย ตามคำสั่งเรียกของทนายความฝ่ายโจทก์ ในคดีที่กล่าวหาว่าอินสตาแกรม รวมถึงแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่นยูทูบ ถูกออกแบบมาโดยเจตนาเพื่อดึงดูดให้เยาวชนใช้งานอย่างต่อเนื่องจนเกิดพฤติกรรมเสพติด และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต

การปรากฏตัวของซักเคอร์เบิร์กในครั้งนี้ถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของกระบวนการพิจารณาคดีในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถือเป็นคดีแรกจากหลายพันคดีที่ครอบครัวชาวอเมริกันยื่นฟ้องแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ และจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายครั้งสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ซักเคอร์เบิร์กจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์มตนเองต่อหน้าคณะลูกขุนโดยตรง

คณะลูกขุน 12 คนในลอสแอนเจลิส จะรับฟังคำให้การไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม เพื่อตัดสินว่า "ยูทูบ" ของกูเกิล และ "อินสตาแกรม " ของเมตา ต้องร่วมรับผิดชอบต่อปัญหาสุขภาพจิตของ "เคลีย์ จี.เอ็ม." หญิงสาววัย 20 ปี ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียอย่างหนักมาตั้งแต่เด็กหรือไม่ โดยเธอเริ่มเล่นยูทูบตอน 6 ขวบ และเริ่มเล่นอินสตาแกรมในวัยเพียง 11 ปี ก่อนจะลามไปถึง TikTok และ Snapchat 

หัวใจสำคัญของคดีนี้มุ่งเน้นไปที่ "การออกแบบแอปพลิเคชัน อัลกอริทึม และฟีเจอร์ที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคล" ว่าเป็นการจงใจกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมเสพติดจนทำลายสุขภาพจิตของเยาวชนหรือไม่ เนื่องจากกฎหมายสหรัฐฯ ให้ความคุ้มครองแพลตฟอร์มจากการรับผิดชอบในเนื้อหาที่ผู้ใช้โพสต์ ฝ่ายโจทก์จึงต้องสู้ในประเด็น "งานออกแบบที่เป็นอันตราย" แทน

ปัจจุบัน TikTok และ Snapchat ซึ่งถูกระบุในคำฟ้องเบื้องต้นได้ขอไกล่เกลี่ยยอมความลับหลังกับฝ่ายโจทก์ไปก่อนที่การพิจารณาคดีจะเริ่มขึ้น

...

เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายอดัม มอสเซอรี ซีอีโอของอินสตาแกรมได้ขึ้นให้การเป็นคนแรก โดยเขาพยายามปฏิเสธคำว่า "การเสพติด" และขอให้ใช้คำว่า "การใช้งานที่มีปัญหา" แทน โดยเปรียบเทียบว่าเหมือนคนดูซีรีส์ทางเน็ตฟลิกซ์ดึกๆ แต่ไม่ใช่การเสพติดในทางการแพทย์

คำให้การดังกล่าวสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับกลุ่มแม่ที่สูญเสียลูกจากการฆ่าตัวตายซึ่งมารอฟังการพิจารณาคดี ขณะที่ก่อนหน้านั้น จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้เบิกความว่า โซเชียลมีเดียเปรียบเสมือน "ยาเสพติดเริ่มต้น" ที่เข้าไปปรับโครงสร้างสมองของเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ให้มีพฤติกรรมเสพติด

ในการพิจารณาคดี มีการเปิดเผยอีเมลภายในที่ระบุว่า ซักเคอร์เบิร์กตัดสินใจอนุญาตให้ใช้ฟิลเตอร์ "ศัลยกรรมความงาม" บนอินสตาแกรมในปี 2020 แม้จะมีผู้บริหารหลายคนคัดค้านว่าอาจส่งผลเสียต่อเด็กผู้หญิง แต่เสียงส่วนใหญ่กลับผลักดันให้นำฟิลเตอร์นี้กลับมาใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่งอย่าง TikTok

ด้านนีล โมฮาน ซีอีโอของยูทูบ ซึ่งเดิมมีกำหนดขึ้นให้การต่อศาล ได้ถูกเปลี่ยนตัวเป็นผู้บริหารรายอื่นตามการตัดสินใจของฝ่ายโจทก์

นอกจากคดีนี้แล้ว เมตายังเผชิญคดีอื่นในรัฐนิวเม็กซิโก ซึ่งอัยการกล่าวหาว่าบริษัทให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าการปกป้องเยาวชนจากอาชญากรทางเพศ และยังมีคดีระดับประเทศที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในเมืองโอ๊คแลนด์ ซึ่งอาจนำไปสู่การไต่สวนเพิ่มเติมในปี 2026.


ที่มา AFP