เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มการเจรจาทางอ้อมที่นครเจนีวา เพื่อหาทางออกเรื่องโครงการนิวเคลียร์แล้ว โดยโดนัลด์ ทรัมป์ เชื่อว่า จะมีข้อตกลงเกิดขึ้นเพราะอิหร่านไม่อยากเผชิญผลที่ตามมา

เมื่อวันอังคารที่ 17 ก.พ. 2569 เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มการเจรจาทางอ้อมที่กรุงเจนีวาแล้ว เพื่อหาข้อยุติในกรณีพิพาทเรื่องโครงการนิวเคลียร์ซึ่งยืดเยื้อมานานแล้ว ในขณะที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านออกมาเตือนว่า ความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะโค่นล้มรัฐบาลของเขาจะประสบความล้มเหลว

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาตึงเครียดอีกครั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ซึ่งเข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีทางอากาศใส่โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ส่งกองเรือรบไปยังภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเพื่อกดดันรัฐบาลอิหร่าน ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า “การเปลี่ยนระบอบการปกครอง” ในอิหร่านอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้

ส่วนอิหร่านก็เพิ่งเริ่มการซ้อมรบในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยช่องแคบดังกล่าวเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก และอิหร่านก็เคยขู่ว่าจะปิดเส้นทางเดินเรือนี้ หากสหรัฐฯ โจมตีพวกเขา

ตามรายงานของสำนักข่าว รอยเตอร์ส ซึ่งอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับการเจรจา ระบุว่า นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ กับนายจาเรด คุชเนอร์ กำลังเข้าร่วมในการเจรจา ซึ่งมีโอมานเป็นคนกลาง ร่วมกับนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน

นายทรัมป์บอกกับสื่อก่อนหน้านี้ว่า เขาจะมีส่วนร่วม “โดยอ้อม” ในการเจรจาที่เจนีวา และเชื่อว่าเตหะรานต้องการทำข้อตกลง

“ผมไม่คิดว่าพวกเขาต้องการผลที่ตามมาจากการไม่ทำข้อตกลง” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเมื่อวันจันทร์ “เราอาจจะมีข้อตกลงได้ แทนที่จะต้องส่งเครื่องบิน B-2 ไปทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของพวกเขา และเราจำเป็นต้องส่งเครื่องบิน B-2 ไป”

...

แต่หลังจากที่การเจรจาเริ่มขึ้นไม่นาน สื่อของอิหร่านก็รายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ประกาศกร้าวว่า วอชิงตันไม่สามารถขับไล่รัฐบาลของเขาได้ “ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่ากองทัพของพวกเขาแข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกบางครั้งก็อาจถูกตบหน้าแรงจนลุกไม่ขึ้น”

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านบอกกับรอยเตอร์เมื่อวันอังคารว่า ความสำเร็จของการเจรจาที่เจนีวาขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ จะไม่ตั้งข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผล และความจริงจังในการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่ออิหร่าน

อย่างไรก็ตาม วอชิงตันพยายามที่จะขยายขอบเขตของการเจรจาให้ครอบคลุมประเด็นที่ไม่ใช่เรื่องนิวเคลียร์ เช่น คลังขีปนาวุธของอิหร่าน ในขณะที่เตหะรานกล่าวว่ายินดีที่จะหารือเรื่องข้อจำกัดในโครงการนิวเคลียร์เท่านั้น และจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมโดยสิ้นเชิง หรือหารือเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธ

เมื่อวันจันทร์ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงบูดาเปสต์ว่า เป็นเรื่องยากที่จะทำข้อตกลงกับอิหร่าน แต่สหรัฐฯ ยินดีที่จะพยายาม


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna