พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ หรือ BNP คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งทั่วไป โดยได้ที่นั่งเกิน 2 ใน 3 ของสภา หลังสื่อบังกลาเทศรายงานผลนับคะแนนล่าสุดระบุว่า พรรค BNP และพันธมิตรได้อย่างน้อย 212 ที่นั่ง จากทั้งหมด 299 ที่นั่ง

พรรคชาตินิยมบังกลาเทศ หรือ BNP ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (12 ก.พ.) โดยผลคะแนนล่าสุดชี้ว่าพรรคสามารถครองเสียงข้างมากเกิน 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะนำพาความสงบกลับคืนสู่ประเทศ หลังเผชิญความวุ่นวายจากการลุกฮือของกลุ่ม Gen Z จนนำไปสู่การขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา เมื่อปีที่ผ่านมา

ผลการนับคะแนนเบื้องต้นระบุว่า พรรค BNP และพันธมิตร กวาดที่นั่งไปแล้วอย่างน้อย 212 ที่นั่ง จากทั้งหมด 299 ที่นั่ง ในขณะที่พรรคจามาต-อี-อิสลามี (Jamaat-e-Islami) และพันธมิตร ได้ไป 70 ที่นั่ง ส่งผลให้พรรค BNP ได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งในรอบ 20 ปี

ภายหลังทราบผลการเลือกตั้ง พรรค BNP ได้ออกแถลงการณ์ขอบคุณประชาชน พร้อมสั่งระงับการจัดกิจกรรมฉลองหรือขบวนแห่ชัยชนะทุกรูปแบบ โดยขอให้ประชาชนทั่วประเทศร่วมกันสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลของชาติแทน

คาดกันว่า นายทาริก ราห์มาน ผู้นำพรรค BNP จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยเขาเป็นบุตรชายของนายเซียอูร์ ราห์มาน อดีตประธานาธิบดีและผู้ก่อตั้งพรรค ซึ่งนายทาริกเพิ่งเดินทางกลับจากต่างประเทศเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังต้องลี้ภัยอยู่นานถึง 18 ปี

ก่อนหน้านี้ บังกลาเทศอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลรักษาการ นำโดยนายมูฮัมหมัด ยูนุส เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ วัย 85 ปี หลังจากที่นางชีค ฮาสินา ลี้ภัยไปยังอินเดียเมื่อเดือนสิงหาคม 2024

...

ด้านนายชาฟิกูร์ ราห์มาน หัวหน้าพรรคจามาต-อี-อิสลามี ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ ได้ออกมาประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และยืนยันว่าพรรคของเขาจะไม่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเพียงเพื่อค้านไปทุกเรื่อง แต่จะเน้นการทำ "การเมืองเชิงบวก" เพื่อประโยชน์ของชาติ

ขณะที่พรรคพลเมืองแห่งชาติ (NCP) ซึ่งนำโดยกลุ่มนักกิจกรรมเยาวชนที่มีบทบาทสำคัญในการโค่นล้มรัฐบาลชุดก่อน สามารถคว้าที่นั่งมาได้เพียง 5 ที่นั่ง จากทั้งหมด 30 ที่นั่งที่ส่งผู้สมัครลงชิงชัย

การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกว่าร้อยละ 60 สูงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนในปี 2024 ที่มีผู้ใช้สิทธิเพียงร้อยละ 42 โดยมีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีประเด็นสำคัญ เช่น การจำกัดวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่เกิน 2 วาระ การเสริมสร้างความเป็นอิสระของตุลาการและเพิ่มสัดส่วนตัวแทนสตรีในสภา การจัดตั้งสภาที่สองเพิ่มเติมจากสภาเดิมที่มี 300 ที่นั่ง รวมถึงกำหนดให้มีรัฐบาลรักษาการที่เป็นกลางในช่วงจัดการเลือกตั้ง

ชัยชนะครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความหวังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสิ่งทอซึ่งบังกลาเทศเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา.


ที่มา Reuters