สถานการณ์สงครามยูเครนยังคงทวีความรุนแรง หลังรัสเซียเปิดฉากระดมยิงโดรนและขีปนาวุธถล่มหลายเมืองทั่วประเทศยูเครนตลอดคืนที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย ท่ามกลางกระแสการเจรจาสันติภาพที่ยังมีข้อขัดแย้งเรื่องการแบ่งเขตแดน

กองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันอาทิตย์จนถึงเช้ามืดวันจันทร์ (9 ก.พ.) รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธนำวิถี จำนวน 11 ลูก และส่งโดรนโจมตีอีกกว่า 149 ลำ ซึ่งรวมถึงโดรน "ชาเฮด" ที่ผลิตโดยอิหร่าน เข้าถล่มพื้นที่ต่าง ๆ แม้หน่วยป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนจะสามารถสกัดโดรนได้มากกว่า 100 ลำ และขีปนาวุธได้บางส่วน แต่ก็ยังมีหลายจุดที่ถูกโจมตีจนเกิดความสูญเสีย

การโจมตีครั้งนี้กระจายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อพลเรือนในหลายภูมิภาค โดยที่เมืองโอเดสซา  เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก สื่อรายงานว่าพบอาคารหลายหลังถูกทำลายอย่างหนักเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งทำซีพีอาร์ยื้อชีวิตเหยื่อท่ามกลางแสงไฟจากโคมไฟพกพา เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 35 ปี 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 ราย

ส่วนภูมิภาคคาร์คิฟ ทางตอนเหนือ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายใต้ซากปรักหักพังหลังการโจมตีด้วยโดรน คือหญิงหนึ่งรายและ เด็กชายวัยเพียง 10 ขวบ อีกหนึ่งราย ด้านภูมิภาคเชอร์นีกิฟ พบชายชราวัย 71 ปี ถูกโดรนรัสเซียโจมตีจนเสียชีวิตขณะกำลังนอนอยู่บนเตียงในบ้านพักที่หมู่บ้านนอฟโกรอด-ซีเวอร์สกี

นายมิไคโล พนักงานไปรษณีย์วัย 32 ปี ผู้อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่โอเดสซา เล่านาทีระทึกว่าเขาได้ยินเสียงหึ่ง ๆ ของโดรนชาเฮดก่อนจะตามมาด้วยเสียงระเบิดถึงสองครั้ง ส่งผลให้หน้าต่างห้องพักแตกกระจายและรถยนต์เสียหาย เช่นเดียวกับนักศึกษาวัย 17 ปีที่ระบุว่าแรงระเบิดรุนแรงจนทำให้กรอบประตูระเบียงหลุดออกมา

...

การโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่รัสเซียยังคงเดินหน้ากดดันทางทหาร แม้จะมีการเข้าร่วมการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งที่มีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง โดยเป้าหมายหลักของรัสเซียคือการเข้าควบคุมภูมิภาคโดเนตสค์ทางตะวันออกโดยสมบูรณ์ ขณะที่ปัจจุบันรัสเซียยึดครองพื้นที่ของยูเครนอยู่ประมาณ 20%

แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะแสดงความต้องการให้สงครามยุติลงภายในกลางปีนี้ แต่ทั้งคีฟและมอสโกยังคงมีความเห็นต่างอย่างรุนแรงในเรื่องการแบ่งเขตแดนและอธิปไตยเหนือพื้นที่ที่ถูกยึดครอง.


ที่มา AFP