อีลอน มัสก์ ซีอีโอ SpaceX ประกาศเปลี่ยนแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยเบนเข็มความสำคัญสูงสุดมาที่การสร้าง "เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง" บนดวงจันทร์ ให้สำเร็จภายใน 10 ปี พร้อมตั้งเป้าส่งยานไร้คนขับลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เร็วที่สุดปี 2027 ขณะที่โปรเจกต์ดาวอังคารต้องถูกเลื่อนลำดับความสำคัญออกไป

อีลอน มัสก์ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) ว่า แม้ SpaceX จะยังคงความทะเยอทะยานในการสร้างเมืองบนดาวอังคารภายใน 5-7 ปีข้างหน้า แต่ในขณะนี้ "ภารกิจที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือการรักษาอนาคตของอารยธรรมมนุษย์ ซึ่งดวงจันทร์สามารถทำได้เร็วกว่า" 

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัลที่ระบุว่า SpaceX ได้แจ้งต่อนักลงทุนถึงการปรับลำดับความสำคัญ โดยตั้งเป้าที่จะส่งยานสำรวจแบบไร้คนขับลงจอดบนดวงจันทร์ในเดือนมีนาคม 2027 แทนแผนเดิมที่เคยตั้งเป้าจะส่งภารกิจไร้คนขับไปดาวอังคารภายในสิ้นปี 2026

การปรับแผนครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน ในการส่งมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งภายในทศวรรษนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ได้ทำมานับตั้งแต่ภารกิจ อะพอลโล 17 ในปี 1972

นอกจากนี้ SpaceX เพิ่งเข้าซื้อกิจการ xAI บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ของมัสก์ ซึ่งทำให้มูลค่าบริษัท SpaceX พุ่งสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีแผนจะนำ AI มาเสริมศักยภาพในการสร้าง "ศูนย์ข้อมูลในอวกาศ" ซึ่งมัสก์เชื่อว่ามีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากกว่าศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลก ท่ามกลางความต้องการพลังงานในการประมวลผลที่เพิ่มสูงขึ้น

เพื่อให้แผนการใหญ่สำเร็จ SpaceX เตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะ (IPO) ภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะระดมทุนได้สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นการทำ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

...

ในขณะเดียวกัน มัสก์ยังเดินหน้าปรับทิศทางของเทสลา เช่นกัน โดยวางแผนทุ่มงบประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ไปสู่บริษัทด้านการขับขี่อัตโนมัติและหุ่นยนต์อย่างเต็มตัว ถึงขั้นประกาศยุติการผลิตรถยนต์ 2 รุ่นในโรงงานที่แคลิฟอร์เนีย เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อย่าง "ออพติมัส" แทน.


ที่มา Reuters