เกิดเหตุรุนแรงในเมืองเจ้าภาพโอลิมปิกฤดูหนาว "มิลาน-คอร์ตินา 2026" หลังกลุ่มผู้ประท้วงปะทะตำรวจชุดควบคุมฝูงชนกลางเมืองมิลาน ขณะที่เครือข่ายรถไฟทางตอนเหนือถูกก่อวินาศกรรมและพบระเบิดแสวงเครื่อง ส่งผลให้การเดินทางหยุดชะงักครั้งใหญ่
สถานการณ์ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ทวีความตึงเครียดในวันแรกของการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (7 ก.พ.) โดยตำรวจต้องตัดสินใจใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าสลายกลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 100 คน ที่แยกตัวออกมาจากขบวนประท้วงหลักเพื่อขว้างปาประทัด ระเบิดควัน และขวดน้ำใส่เจ้าหน้าที่
เหตุปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ประท้วงราว 10,000 คน ที่ออกมาเดินขบวนคัดค้านการจัดงานโอลิมปิก โดยให้เหตุผลเรื่องค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นและปัญหาสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักกิจกรรมระบุว่าโมเดลการพัฒนาเมืองมิลานในปัจจุบันทำให้ค่าเช่าบ้านพุ่งสูงจนประชาชนแบกรับไม่ไหว และความเหลื่อมล้ำทางสังคมทวีความรุนแรงขึ้น
สเตฟาโน นูตินี วัย 71 ปี หนึ่งในผู้ประท้วงกล่าวว่า "โอลิมปิกครั้งนี้ไม่ยั่งยืน ทั้งในแง่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" โดยชี้ว่าโครงการโครงสร้างพื้นฐานสร้างภาระหนักให้กับชุมชนบนภูเขา แม้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) จะยืนยันว่าเน้นใช้สนามที่มีอยู่เดิมเพื่อความยั่งยืนก็ตาม
เหตุการณ์ในมิลานครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้ถูกควบคุมตัว 6 ราย ขณะที่ความปลอดภัยในกรุงโรมและเมืองการเงินอย่างมิลานถูกยกระดับสูงสุด หลังมีการปะทะรุนแรงในเมืองตูรินเมื่อสัปดาห์ก่อนจนมีตำรวจบาดเจ็บกว่า 100 นาย
ในวันเดียวกัน ทางการอิตาลีรายงานการก่อเหตุ "วินาศกรรมร้ายแรง" ต่อโครงข่ายรถไฟทางตอนเหนือของประเทศถึง 3 จุดใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ขบวนรถไฟล่าช้ากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง กระทบต่อการเดินทางของแฟนกีฬาและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
...
จุดที่ร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นระหว่างเส้นทางเมืองโบโลญญาและเวนิส โดยเจ้าหน้าที่พบสายเคเบิลถูกตัดขาดและพบ "ระเบิดแสวงเครื่อง" วางอยู่ใกล้รางรถไฟ นอกจากนี้ยังพบเหตุลอบวางเพลิงจุดสลับรางรถไฟใกล้เมืองเปซาโรริมชายฝั่งเอเดรียติก
นายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ประณามเหตุการณ์นี้ว่าเป็น "การพยายามทำลายภาพลักษณ์ประเทศ" และชี้ว่าพฤติการณ์นี้คล้ายคลึงกับการก่อวินาศกรรมรถไฟในช่วงโอลิมปิกที่ปารีสเมื่อปี 2024 อย่างมาก
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ซึ่งยังไม่มีกลุ่มใดออกมาประกาศแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุวินาศกรรมดังกล่าว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้นในทุกจุดยุทธศาสตร์ของการจัดงาน.