เกาหลีเหนือประกาศจัดประชุมใหญ่พรรคแรงงานช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จับตาผู้นำ "คิม จองอึน" เผยแผนยุทธศาสตร์นิวเคลียร์และนโยบายต่างประเทศท่ามกลางสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัสเซียและจีน พร้อมท่าทีที่แข็งกร้าวต่อสหรัฐฯ ในยุคสมัยที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า คณะกรรมการบริหารพรรคแรงงานแห่งเกาหลีภายใต้การนำของผู้นำสูงสุด คิม จองอึน ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้จัดการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ขึ้น ณ กรุงเปียงยาง ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการระบุวันแน่ชัดหรือเปิดเผยวาระการประชุมอย่างเป็นทางการ
การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของเกาหลีเหนือ เนื่องจากเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2021 และเกิดขึ้นในวาระที่นายคิม จองอึน ก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ของการกุมอำนาจ โดยคาดว่าจะเป็นเวทีสำหรับการสรุปผลสำเร็จของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและกองกำลังนิวเคลียร์ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า นายคิมจะใช้โอกาสนี้ประกาศขยายแสนยานุภาพทางทหารอย่างก้าวกระโดด โดยมีเป้าหมายในการอัปเกรดขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) แบบใช้เชื้อเพลิงแข็ง, ดาวเทียมจารกรรม และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่ด้านเศรษฐกิจจะมุ่งเน้นไปที่นโยบาย "พึ่งพาตนเอง" (Self-sustenance) และการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองและชนบท
สิ่งที่ทั่วโลกจับตามองมากที่สุดคือนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะสายสัมพันธ์กับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่แน่นแฟ้นขึ้นจากการสนับสนุนด้านการทหารในสงครามยูเครน ซึ่งส่งผลให้เกาหลีเหนือได้รับทั้งเทคโนโลยี อาวุธ และทรัพยากรอาหารเป็นการตอบแทน รวมถึงความสัมพันธ์กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่กลับมาฟื้นตัวอย่างมั่นคงหลังการเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
...
แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะเพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2568 แต่ท่าทีของนายคิมยังคงเย็นชา โดยเขายืนกรานปฏิเสธข้อเสนอการเจรจา และย้ำว่าสหรัฐฯ ต้องยกเลิกเงื่อนไขการปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนเท่านั้นจึงจะมีการหารือเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ยังคงเดินหน้านโยบาย "สองรัฐที่เป็นศัตรู" (Hostile Two-State Policy) ต่อเกาหลีใต้ ซึ่งสะท้อนถึงการเตรียมตัวรับมือกับสภาวะสงครามเย็นยุคใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบ
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันวิจัยในเกาหลีใต้ชี้ว่า ปัจจุบันผู้นำคิมอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบมากกว่าการประชุมครั้งก่อนในปี 2564 เนื่องจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากการค้าชายแดนและการส่งออกยุทโธปกรณ์ ทำให้เขามี "ทางเลือก" ในการกำหนดนโยบายที่กล้าหาญและท้าทายระเบียบโลกได้มากขึ้น.
ที่มา Associated Press