สมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงตัดสินใจเข้าฝึกเป็นทหารกองหนุน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ชาวเนเธอร์แลนด์ตระหนักถึงความมั่นคงท่ามกลางภาวะสงครามในยุโรป พร้อมเตรียมรับยศ "พันโท" เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยชาติเมื่อยามจำเป็น

กองทัพเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา พระชนมพรรษา 54 พรรษา พระมเหสีในสมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลม-อเล็กซานเดอร์ ทรงเริ่มเข้ารับการฝึกทหารกองหนุนในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านความมั่นคงในยุโรปจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย

กระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ระบุในแถลงการณ์ว่า "เนื่องจากความปลอดภัยของเนเธอร์แลนด์ไม่ใช่อิ่งที่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป พระราชินีแม็กซิมาจึงทรงตัดสินใจสมัครเป็นทหารกองหนุน" ขณะที่สำนักพระราชวังเสริมว่า พระองค์ทรงต้องการมีส่วนร่วมในการรักษาความปลอดภัยเช่นเดียวกับพลเมืองคนอื่นๆ

การตัดสินใจครั้งนี้ดำเนินตามรอยเจ้าหญิงอามาเลีย มกุฎราชกุมารีแห่งเนเธอร์แลนด์ ที่เพิ่งทรงสำเร็จการฝึกทหารขั้นพื้นฐานในฐานะทหารกองหนุนไปเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของราชวงศ์ในยุโรป เช่นเดียวกับเจ้าหญิงเอลิซาเบธแห่งเบลเยียมที่เคยทรงเข้าโรงเรียนทหารเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับพระราชภารกิจในอนาคต

สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ภาพพระกรณียกิจขณะทรงฝึกซ้อมที่วิทยาลัยการทหารในเมืองเบรดา ซึ่งเผยให้เห็นภาพพระราชินีในชุดฝึกทหาร ทรงฝึกยิงปืนพก ฝึกปีนหน้าผาจำลอง และฝึกกระโดดน้ำด้วยชุดทหารพร้อมแว่นตาดำน้ำ โดยหลักสูตรการฝึกครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ได้แก่ ความแข็งแกร่งทางร่างกายและการป้องกันตัว ทักษะการใช้อาวุธและการยิงปืน การอ่านแผนที่ และกฎหมายทหาร ทั้งนี้ เมื่อทรงสำเร็จการฝึก พระองค์จะได้รับพระราชทานยศ "พันโท" และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกที่ที่ต้องการ

...

โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยว่า ปัจจุบันเนเธอร์แลนด์มีบุคลากรทางการทหาร รวมพลเรือนและกองหนุน ราว 80,000 นาย แต่รัฐบาลใหม่ตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนให้ถึง 122,000 นาย เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากรัสเซีย

นอกจากเนเธอร์แลนด์แล้ว ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ในยุโรปต่างก็เร่งปรับตัวเช่นกัน เช่น เยอรมนีที่อนุมัติแผนดึงดูดอาสาสมัครทหารเพิ่ม ขณะที่ฝรั่งเศสเปิดตัวโครงการฝึกอาสาสมัครวัย 18-19 ปี ตั้งเป้าให้ได้ 50,000 คนต่อปีภายในปี 2035 ส่วนเดนมาร์กขยายการเกณฑ์ทหารไปยังสตรีเป็นครั้งแรก และเบลเยียมได้ฟื้นฟูกองพลทหาร 2 กองพลเพื่อเสริมกำลังป้องกันประเทศ

พลอากาศเอก ฌอง-ปอล ปาโลเมรอส อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศฝรั่งเศส ให้ความเห็นทิ้งท้ายว่า "นี่คือหนทางที่ยากและต้องใช้เงินทุนมหาศาล แต่มันจำเป็นเพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า เสรีภาพและสันติภาพนั้นไม่ได้มาฟรีๆ".


ที่มา Associated Press