ยูเครนกับรัสเซียดำเนินการแลกเปลี่ยนเชลยศึกระหว่างกันเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 เดือน จำนวนรวมมากกว่า 300 คน หลังผู้แทนจากทั้งสองฝ่าย เจรจาที่กรุงอาบูดาบี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการยูเครนกับรัสเซีย ดำเนินการแลกเปลี่ยนเชลยศึกและพลเรือนที่ถูกจับกุมตัวตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาอีกครั้งในวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.พ. 2569 หลังจากผ่านการเจรจาสันติภาพนาน 2 วันที่กรุงอาบูดาบี ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง

การปล่อยเชลยศึกครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 เดือน โดยชาวยูเครนรวม 157 คน ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 7 คน และทหารรัสเซียอีก 157 นาย ได้รับการส่งตัวกลับบ้าน

นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระบุในโพสต์บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า การแลกเปลี่ยนเชลยศึกในวันพฤหัสบดีเกิดขึ้นหลังจากหยุดชะงักไปตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

“เรากำลังพาทุกคนกลับบ้าน ชาวยูเครน 157 คน ทั้งทหารจากกองทัพ, กองกำลังพิทักษ์ชาติ, และหน่วยตรวจคนเข้าเมืองและชายแดน และพลเรือนก็กำลังกลับมาพร้อมกับทหารด้วย โดยส่วนใหญ่ถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี 2555” ประธานาธิบดียูเครนกล่าว พร้อมให้คำมั่นว่าจะพาทุกคนกลับมาให้ครบทุกรายที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในรัสเซีย

ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า เคียฟส่งคืนเชลยศึกชาวรัสเซียกลับมาจำนวน 157 คน และเสริมว่า มีพลเรือนรัสเซีย 3 คนที่ถูกคุมขังโดยมิชอบ ได้รับการส่งตัวคืนด้วยเช่นกัน โดยพวกเขาเป็นผู้อยู่อาศัยในแคว้นเคิร์สก์ ทางตะวันตก ถูกทหารยูเครนบุกโจมตีและยึดครองพื้นที่บางส่วนระหว่างปี 2567-2568

ทั้งนี้ ทีมเจรจาจากรัสเซีย ยูเครน และสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมการหารือในเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเชื่อว่าประเด็นหลักที่ยังคงเป็นข้อขัดแย้ง คือเรื่องการยอมยกดินแดนที่ยูเครนกำลังถูกกดดัน และเรื่องหลักประกันความมั่นคงสำหรับยูเครน เพื่อป้องกันการโจมตีจากรัสเซียในอนาคต

...

การประชุม 2 วันจบลงโดยไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ โดยประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนกล่าวว่า การเจรจาไม่ใช่เรื่องง่าย และเขาต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่านี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc