ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน กล่าวระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ว่า ประเด็นไต้หวันเป็น "ปัญหาที่สำคัญที่สุด" ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้ฝ่ายสหรัฐฯ ใช้ความรอบคอบในการจัดหาอาวุธให้แก่ไต้หวัน ขณะที่ทรัมป์ เผยการหารือเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม พร้อมแย้มแผนจีนเตรียมเพิ่มโควตานำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เป็น 20 ล้านตัน

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้ต่อสายโทรศัพท์หารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (4 ก.พ.) โดยเน้นย้ำว่าประเด็นไต้หวันคือ "ประเด็นที่สำคัญที่สุด" ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐฯ พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ดำเนินการอย่าง "รอบคอบ" ในเรื่องการจัดส่งอาวุธให้แก่เกาะไต้หวัน

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า นายสี จิ้นผิง ได้แจ้งต่อทรัมป์ว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีน และจีนจำเป็นต้องปกป้องอธิปไตยรวมถึงบูรณภาพแห่งดินแดน "สหรัฐฯ ต้องจัดการเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันด้วยความระมัดระวัง" เขากล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่าจีนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะหาทางแก้ไขความขัดแย้งร่วมกันได้ด้วยจิตวิญญาณแห่งความเท่าเทียมและการเคารพซึ่งกันและกัน

ด้านประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ระบุว่า การสนทนาครั้งนี้กินเวลานานและครอบคลุมทุกประเด็น โดยเขานิยามว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ "ยอดเยี่ยม" และเขากำลังตั้งตารอที่จะเดินทางไปเยือนจีนในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

ทรัมป์ยังได้เปิดเผยข่าวดีด้านเศรษฐกิจว่า จีนกำลังพิจารณาเพิ่มการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เป็น 20 ล้านตัน จากเดิมที่นำเข้าอยู่ 12 ล้านตัน นอกจากนี้ ทั้งสองผู้นำยังได้หารือกันในประเด็นสำคัญของโลก ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน, สถานการณ์ในอิหร่าน, ปัญหายาเฟนทานิล รวมถึงความเป็นไปได้ที่จีนจะซื้อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐฯ เพิ่มเติม

...

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลทรัมป์ได้อนุมัติการขายอาวุธครั้งใหญ่ให้แก่ไต้หวันเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.5 แสนล้านบาท) ซึ่งประกอบด้วยระบบยิงจรวดล้ำสมัย ปืนใหญ่ และขีปนาวุธหลายชนิด ซึ่งในขณะนั้นจีนออกมาประณามว่าการสนับสนุน "เอกราชไต้หวัน" จะยิ่งผลักดันให้สถานการณ์ในช่องแคบไต้หวันก้าวไปสู่จุดที่อันตรายและรุนแรง

อย่างไรก็ตาม นายสี จิ้นผิง ระบุในการสนทนาครั้งนี้ว่า "จีนเองก็มีความกังวล เช่นเดียวกับที่สหรัฐฯ มีความกังวลในประเด็นต่างๆ หากทั้งสองฝ่ายทำงานในทิศทางเดียวกัน เราจะสามารถหาทางออกให้แก่ความกังวลของแต่ละฝ่ายได้แน่นอน"

ที่น่าสนใจคือ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการหารือกับทรัมป์ นายสี จิ้นผิง ได้ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันยกย่องความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างจีนและรัสเซีย ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวทางการทูตที่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด.


ที่มา BBC