กระทรวงกิจการภายในญี่ปุ่นเผยยอดผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 5 วันแรก ทะลุ 4.5 ล้านคน แม้ตัวเลขจะลดลงเล็กน้อยจากอุปสรรคทางสภาพอากาศและการขนส่งบัตรแนะนำตัวที่ล่าช้า ย้ำชัดตรวจสอบสิทธิ์ผ่านฐานข้อมูลได้ทันทีโดยไม่ต้องแสดงบัตรเลือกตั้งเพื่ออำนวยความสะดวก

กระทรวงกิจการภายในและสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยสถิติผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยมียอดรวมระหว่างวันพุธถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  (28 ม.ค. - 1 ก.พ.) อยู่ที่ 4,562,823 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.41 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวลดลงร้อยละ 2.54 เมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งสำคัญในปี 2024 ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 4.68 ล้านคน

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดผู้มาใช้สิทธิ์ในบางพื้นที่ซบเซาลง คือ "พายุหิมะตกหนัก" โดยเฉพาะในภูมิภาคฮอกไกโด, โทโฮคุ และโฮคุริคุ โดยจังหวัดทตโตริ มียอดผู้มาใช้สิทธิ์ลดลงมากที่สุดถึงร้อยละ 42.5 ตามมาด้วยจังหวัดโทยามะ (ลดลงร้อยละ 30.68) และจังหวัดอาโอโมริ (ลดลงร้อยละ 26.41)

ในทางกลับกัน บางพื้นที่มีผู้มาใช้สิทธิ์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น จังหวัดกิฟุ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.60) และจังหวัดนารา (เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.95)

อีกหนึ่งปัญหาใหญ่คือ "ความล่าช้าของบัตรเลือกตั้ง" เนื่องจากครั้งนี้มีการยุบสภาและประกาศเลือกตั้งใหม่ในเวลาเพียง 16 วัน ทำให้การจัดส่งบัตรยืนยันสิทธิ์เลือกตั้งไปยังที่พักอาศัยล่าช้า โดยคาดว่าหลายพื้นที่ในโตเกียวจะได้รับบัตรในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ หรือหลังจากนั้น

เจ้าหน้าที่กระทรวงฯ ระบุว่า แม้จะมีความล่าช้าแต่ยอดผู้มาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการประชาสัมพันธ์ว่าประชาชนสามารถมาลงคะแนนได้แม้ไม่มีบัตรยืนยันสิทธิ์เลือกตั้ง เพียงแค่กรอกแบบฟอร์มยืนยันชื่อ ที่อยู่ และวันเดือนปีเกิด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร

...

สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าเปิดให้ใช้สิทธิ์ได้ตามสถานที่ราชการและห้างสรรพสินค้าที่กำหนด โดยจะเปิดให้ลงคะแนนไปจนถึงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ หรือหนึ่งวันก่อนวันเลือกตั้งจริง ยกเว้นในบางพื้นที่เท่านั้น

นายอิชิดะ ยูกิโอะ เจ้าหน้าที่อาวุโสคณะกรรมการเลือกตั้งเขตสุกินามิ ให้สัมภาษณ์กับ NHK ว่า ทางเขตไม่ได้บังคับให้ต้องแสดงบัตรประชาชนเพื่อประหยัดเวลาและลดการรอคิว โดยระบุว่า "ขั้นตอนที่ยุ่งยากอาจทำให้คนไม่อยากมาเลือกตั้ง เราจึงอยากให้ประชาชนสบายใจว่าแม้ไม่มีบัตรแนะนำตัวส่งมาถึงบ้าน ก็สามารถเดินเข้ามาใช้สิทธิ์ได้ทันที"

หญิงชราวัย 85 ปีรายหนึ่งที่มาลงคะแนนกล่าวว่า เธอมองว่าความล่าช้าของบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉิน ขณะที่หญิงวัย 70 ปีอีกรายยอมรับว่าตอนแรกเธอรู้สึกกังวลที่จะมาโหวตโดยไม่มีบัตร แต่เมื่อทราบว่าขั้นตอนการยืนยันตัวตนทำได้ง่ายและรวดเร็ว ก็รู้สึกประทับใจและดีใจที่ได้ทำหน้าที่พลเมือง.


ที่มา NHK The Japan Times