รัฐบาลญี่ปุ่นเตือนประชาชนภาคเหนือระวังหิมะถล่ม หลังอุณหภูมิพุ่งสูงฉับพลัน ซึ่งจะทำให้หิมะที่ตกสะสมมา 2 สัปดาห์เริ่มละลาย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตทั่วประเทศเพิ่มเป็นอย่างน้อย 35 ศพ
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นออกคำเตือนภัยหิมะถล่มในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศ หลังอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายหลังเกิดพายุหิมะรุนแรงต่อเนื่องยาวนานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้การคมนาคมเป็นอัมพาต บ้านเรือนพังถล่ม และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยนายมาซาโน โอซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวระหว่างแถลงข่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะอันตรายจากหิมะที่ร่วงหล่นและหิมะถล่มในหลายชุมชนทางตอนเหนือ โดยเฉพาะในจังหวัดอาโอโมริ เผชิญหิมะสะสมหนากว่า 2 เมตรตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถออกจากบ้าน โรงเรียนและสถานประกอบการต้องปิดทำการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อุณหภูมิในอาโอโมริพุ่งสูงถึง 8 องศาเซลเซียส เพิ่มความเสี่ยงที่ก้อนหิมะเปียกและหนักจะหล่นจากหลังคา หรือเกิดหิมะถล่มตามพื้นที่ลาดชัน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้
ขณะเดียวกัน ปริมาณหิมะสะสมในเมืองอาโอโมริลดลงต่ำกว่า 1.6 เมตรเป็นครั้งแรกในรอบ 4 วัน แต่สถานการณ์การจราจรยังคงโกลาหล โดยสื่อท้องถิ่นเผยภาพประชาชนต้องเดินตามทางแคบที่ขุดผ่านกำแพงหิมะสูงกว่าตัวคนถึงสองเท่า
ส่วนในจังหวัด นีงาตะ ซึ่งอยู่ฝั่งทะเลญี่ปุ่น รายงานพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ศพ โดยรายหนึ่งถูกพบเสียชีวิตภายในบ้านที่ถล่มจากน้ำหนักหิมะ ส่วนอีกรายเสียชีวิตหลังโรงรถพังลงมา
ข้อมูลจากสำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติญี่ปุ่น ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม เป็นต้นมา เหตุหิมะตกหนักได้คร่าชีวิตประชาชนแล้วอย่างน้อย 35 ศพ และมีผู้บาดเจ็บ 393 ราย ทั่วประเทศ โดยหลายกรณีเกิดจากหิมะถล่มจากหลังคาบ้าน หรือประชาชนพลัดตกจากหลังคาระหว่างพยายามกวาดหิมะ ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งกำลังทหารกองกำลังป้องกันตนเอง เข้าช่วยเหลือในการเคลียร์หิมะในพื้นที่ภาคเหนือ ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า อากาศหนาวจะกลับมาอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์ และอาจทำให้เกิดหิมะตกหนักรอบใหม่.
...
ที่มา Japan Times