สี จิ้นผิงผู้นำจีนและวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย สนทนาทางวิดีโอคอล ยกย่องความสัมพันธ์ทวิภาคี 2 ชาติว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในเวทีโลก ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
การพูดคุยครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนครบรอบ 4 ปีของปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 โดยผู้ช่วยทำเนียบเครมลินระบุว่า การสนทนาใช้เวลานานราว 1 ชั่วโมง 25 นาที และเป็นไปในบรรยากาศที่ เป็นมิตรและไว้วางใจกัน
จีนและรัสเซียพยายามแสดงจุดยืนร่วมกันมากขึ้นในการเผชิญหน้ากับชาติตะวันตก โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน และเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากสหรัฐฯ และพันธมิตร
มอสโกหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้น ทั้งด้านการค้าและเศรษฐกิจ เพื่อพยุงประเทศท่ามกลางแรงกดดันจากการคว่ำบาตร ขณะที่จีนไม่เคยออกมาประณามสงครามของรัสเซีย หรือเรียกร้องให้ถอนกำลังออกจากยูเครน ทำให้พันธมิตรของยูเครนหลายประเทศเชื่อว่าปักกิ่งให้การสนับสนุนมอสโกในทางอ้อม
...
ด้านสื่อทางการจีน CCTV รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวกับปูตินว่า "ตั้งแต่ต้นปีนี้ สถานการณ์ระหว่างประเทศมีความปั่นป่วนมากขึ้นเรื่อย ๆ" ซึ่งผู้นำจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายควรทำให้ความสัมพันธ์จีน–รัสเซียพัฒนาอย่างมั่นคงบนเส้นทางที่ถูกต้อง ผ่านการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และการมีบทบาทเชิงรุกในฐานะมหาอำนาจโลก
ขณะที่ประธานาธิบดีปูติน ซึ่งเรียกสี จิ้นผิงว่าเพื่อนรัก กล่าวในทำนองเดียวกันว่า พันธมิตรด้านนโยบายต่างประเทศระหว่างมอสโกและปักกิ่งยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างเสถียรภาพของเวทีโลก
ปูตินระบุว่า ความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และความร่วมมือแบบรอบด้านระหว่างรัสเซียและจีน ถือเป็นแบบอย่างของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกว่าความร่วมมือในด้านยุทธศาสตร์จะครอบคลุมประเด็นใดบ้าง
ทำเนียบเครมลินเปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความเห็นที่แทบจะตรงกันทั้งหมด พร้อมทั้งหารือถึงสถานการณ์ตึงเครียดในอิหร่าน และประเด็นความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์ หลังข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับสำคัญระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ใกล้หมดอายุ
ปูตินยังยืนยันกับสี จิ้นผิงว่า รัสเซียจะดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบภายหลังข้อตกลงดังกล่าวสิ้นสุดลง
ระหว่างการสนทนา สี จิ้นผิงยังย้ำถึงความมุ่งมั่นของจีนต่อระบบระหว่างประเทศที่มี องค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นแกนกลาง โดยจีนถือครองที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ พร้อมสิทธิยับยั้ง (veto)
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เสนอแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นความพยายามลดบทบาทของ UN บนเวทีโลก
การหารือกับปูตินเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่สื่อจีนจะรายงานว่า สี จิ้นผิง ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด
ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนเร่งกระชับความสัมพันธ์กับผู้นำหลายประเทศ เพื่อสร้างแนวร่วมทางการทูต ท่ามกลางนโยบายสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่าคาดเดาได้ยาก โดยผู้นำจากฝรั่งเศส แคนาดา ฟินแลนด์ รวมถึงพันธมิตรดั้งเดิมอย่างอุรุกวัย ต่างเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างต่อเนื่อง.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ สี จิ้นผิง