พ่อมดหนุ่มสุดแสบอย่าง "เดรโก มัลฟอย" ได้กลายเป็นสัญลักษณ์นำโชคในเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ชาวเน็ตจีนปิ๊งไอเดียใช้ชื่อ "มัลฟอย" ที่พ้องเสียงกับคำว่า "ม้า" และ "โชคลาภ" มาทำของแต่งบ้านรับปีม้า จนกลายเป็นกระแสฮือฮาไปทั่วโซเชียล แม้แต่ "ทอม เฟลตัน" ผู้รับบทดังกล่าวยังต้องออกมาแชร์

กระแสความนิยมที่คาดไม่ถึงของตัวละครจากภาพยนตร์ชื่อดัง แฮร์รี พอตเตอร์ ครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากชื่อภาษาจีนของมัลฟอยที่ว่า "หม่า-เอ๋อร์-ฝู" (马尔福 หรือ mǎ ěr fú) ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรที่แปลว่า "ม้า" (马 หรือ mǎ) และ "โชคลาภ" (福 หรือ fú) เป็นการเล่นคำเล็กน้อยจากวลี “马来福” หรือ "mǎ lái fú" ซึ่งหมายถึงการต้อนรับความเจริญรุ่งเรืองในปีม้า เมื่อประจวบเหมาะกับการก้าวเข้าสู่ "ปีม้า" ตามนักษัตรจีน ชื่อของเดรโก มัลฟอย จึงกลายเป็นคำอวยพรที่หมายถึง "ม้าที่นำพาโชคลาภมาให้" ส่งผลให้ใบหน้าของเขาพร้อมรอยยิ้มเยาะที่เป็นเอกลักษณ์ ปรากฏอยู่บนของตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่ในหลายครัวเรือนทั่วประเทศจีน

ปกติแล้วในช่วงตรุษจีน ชาวจีนจะนิยมติดแถบคำอวยพร หรือกระดาษสีแดงรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดที่มีตัวอักษร "ฝู" (Fu) ซึ่งมักจะติดกลับหัวเพื่อสื่อถึง "โชคลาภที่มาถึง" (เนื่องจากคำว่ากลับหัวพ้องเสียงกับคำว่ามาถึง)

แต่ในปีนี้ บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง "เถาเป่า" (Taobao) กลับเต็มไปด้วยสติกเกอร์ แม่เหล็กติดตู้เย็น และของตกแต่งรูปมัลฟอย ขณะที่บน Weibo โซเชียลมีเดียหลักของจีน ชาวเน็ตต่างพากันแชร์รูปภาพของเขาพร้อมข้อความว่า "แชร์รูปนี้เพื่อรับโชคลาภ" บางส่วนยังคอมเมนต์ติดตลกโดยอ้างถึงประโยคในเรื่องว่า "เฟลิกซ์ เฟลิซิส!" (น้ำนำโชค) เพื่อสื่อถึงความเฮงอีกด้วย

กระแสนี้ดังไปถึงหูของทอม เฟลตัน นักแสดงผู้รับบทเดรโก มัลฟอย โดยเขาได้แชร์สตอรี่บนอินสตาแกรม เกี่ยวกับเรื่องที่ตัวละครของเขากลายเป็น "สัญลักษณ์วันตรุษจีนในประเทศจีน" การที่เจ้าตัวออกมาตอบรับยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ชาวจีนเป็นอย่างมาก จนเกิดแฮชแท็กที่แปลเป็นไทยว่า "มัลฟอยตัวจริงนี่มันตลก 100%"

...

ความคลั่งไคล้ในโลกเวทมนตร์ของชาวจีนนั้นไม่เคยลดน้อยลง โดยภาพยนตร์แฮร์รี พอตเตอร์ ภาคแรกที่นำกลับมาฉายใหม่ สามารถทำเงินได้กว่า 90 ล้านหยวน (ประมาณ 409 ล้านบาท) ภายในเวลาเพียง 3 วัน และเพื่อตอบรับกระแสความนิยมที่ล้นหลาม Warner Bros. Discovery ได้ประกาศแผนที่จะเปิดตัว "The Making of Harry Potter" สตูดิโอทัวร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ นครเซี่ยงไฮ้ ในปี 2027 ที่จะถึงนี้.


ที่มา BBC