รัสเซียยิงมิสไซล์โจมตียูเครนระลอกใหม่ โดยมุ่งเป้าหมายไปที่โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ในขณะที่ชาวยูเครนกำลังเผชิญอากาศหนาว อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 3 ก.พ. 2569 ว่า นายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีโค้ง (ballistic missiles) จำนวนมากเป็นประวัติการณ์ เพื่อโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครน

DTEK บริษัทพลังงานเอกชนของยูเครนระบุว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนพร้อมกันได้พุ่งเป้าไปที่โรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเคียฟ กับโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่งในเมืองโอเดสซา ทำให้นี่เป็นการโจมตีครั้งรุนแรงที่สุดของรัสเซียในปีนี้

การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้อาคารชุดที่พักอาศัยกว่า 1,000 แห่งในเมืองหลวงต้องตกอยู่ในสภาพที่ไม่มีระบบทำความร้อนอีกครั้ง นอกจากนี้ยังทำให้โรงไฟฟ้าในเมืองคาร์คิฟทางตะวันออกได้รับความเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ท่ามกลางอุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส

เซเลนสกีกล่าวว่า รัสเซียกำลัง "เลือกใช้วิธีก่อการร้ายและการยกระดับความรุนแรง" แทนที่จะใช้การทูตเพื่อยุติสงครามนี้ พร้อมเรียกร้องให้บรรดาพันธมิตรของยูเครนใช้ "แรงกดดันขั้นสูงสุด" ต่อมอสโก

การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นหลังจากสิ่งที่เรียกว่า "ข้อตกลงพักรบด้านพลังงาน" ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตกลงไว้กับวลาดิเมียร์ ปูติน สิ้นสุดลงเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้นำยูเครนตั้งข้อสังเกตว่า รัสเซียเพียงใช้ช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อสะสมขีปนาวุธและเตรียมตัวสำหรับการโจมตีระลอกถัดไปเท่านั้น

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นักข่าวของพวกเขาได้ยินเสียงระเบิดครั้งแรกในกรุงเคียฟหลังผ่านเที่ยงคืนไม่นาน และเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศก็ดังต่อเนื่องยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง โดยมีเสียงระเบิดดังขึ้นตามมาอีกหลายครั้ง

...

ขณะที่นายเซเลนสกีระบุว่า รัสเซียยิงขีปนาวุธวิถีโค้งและขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) รวมแล้วกว่า 70 ลูก ซึ่งเยอะกว่าปกติอย่างมาก พร้อมด้วยโดรนอีก 450 ลำที่ถูกนำมาใช้เพื่อโจมตีให้ระบบป้องกันทางอากาศของยูเครนรับมือไม่ไหว

กองทัพอากาศยูเครนเปิดเผยว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธไว้ได้เพียง 38 ลูกเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามีขีปนาวุธจำนวนมากที่พุ่งชนเป้าหมายได้สำเร็จ

ยูเครนเรียกร้องต่อชาติพันธมิตรมาตลอด เรื่องปัญหาการขาดแคลนขีปนาวุธสำหรับป้องกันทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยูเครนต้องพึ่งพาขีปนาวุธ "แพทริออต" (Patriot) ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ เป็นหลัก

"การจัดส่งขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันทางอากาศให้ทันท่วงทีและการปกป้องชีวิตตามปกติคือสิ่งสำคัญอันดับแรกของเรา" เซเลนสกีเขียนข้อความบน X "หากไม่มีการกดดันรัสเซีย สงครามนี้ก็จะไม่มีวันสิ้นสุด"

ด้านเลขาธิการนาโตออกมากล่าวว่า เขากำลังกระตุ้นให้ประเทศสมาชิก "นำทรัพยากรที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่" และจัดส่งขีปนาวุธที่ยูเครนจำเป็นต้องใช้ให้โดยด่วน และว่า การโจมตีข้ามคืนของรัสเซียในครั้งนี้ไม่ได้ "แสดงถึงความจริงจังในการสร้างสันติภาพ" เลยแม้แต่น้อย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc