กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ สั่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในมินนิอาโพลิสติดตั้งกล้องบอดี้แคม โดยมีผลบังคับใช้ทันที หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมพลเมืองสหรัฐฯ 2 ราย จนกลายเป็นประเด็นร้อนบีบให้รัฐบาลต้องเร่งปฏิรูปท่ามกลางวิกฤตชัตดาวน์

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ประกาศมาตรการเร่งด่วน สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองระดับรัฐบาลกลางที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เมืองมินนิอาโพลิส รัฐมินนิโซตา ต้องติดตั้งกล้องบันทึกภาพติดตัว หรือ บอดี้แคม โดยให้มีผลบังคับใช้ในทันที

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากกรณีการเสียชีวิตของพลเมืองสหรัฐฯ 2 ราย คือ อเล็กซ์ เพรตตี และ เรเน กู๊ด เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเสียชีวิตระหว่างการปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มงวดในพื้นที่ โดยผลชันสูตรพลิกศพของเพรตตีระบุชัดเจนว่าเป็นการ "ถูกฆาตกรรม" จากบาดแผลถูกยิงหลายนัดโดยฝีมือเจ้าหน้าที่

ด้านสำนักงานศุลกากรและป้องกันตะเข็บชายแดนสหรัฐฯ (CBP) ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่สองนายที่เกี่ยวข้องกับเหตุยิงเพรตตีได้สวมกล้องบอดี้แคมขณะเกิดเหตุ และขณะนี้ถูกสั่งพักงานแล้ว โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้เปิดการสอบสวนด้านสิทธิพลเมืองต่อกรณีนี้อย่างเป็นทางการ

คริสตี โนเอม รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ระบุว่ามีแผนจะขยายโครงการติดตั้งกล้องนี้ไปทั่วประเทศทันทีที่ได้รับงบประมาณ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ความขัดแย้งวันที่ 3 ของการ "ชัตดาวน์รัฐบาลบางส่วน" เนื่องจากพรรคเดโมแครตยื่นเงื่อนไขให้มีการปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการติดตั้งกล้องบอดี้แคม เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงผ่านงบประมาณ

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นว่าการติดกล้องเป็นเรื่องดีต่อเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายถึง 80% เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้คนโกหกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

...

เพื่อลดอุณหภูมิความตึงเครียด รัฐบาลทรัมป์ได้สั่งย้าย เกรกอรี โบวิโน หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนชายแดนออกจากพื้นที่ และส่ง ทอม โฮแมน ผู้คุมพรมแดนสหรัฐฯ เข้ามาดูแลแทน ซึ่งโฮแมนได้เข้าพบกับผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาและนายกเทศมนตรีเมืองมินนิอาโพลิสเพื่อหารือถึงแผนการ "ถอนกำลัง" เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางบางส่วนออกจากพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งยังคงมีอยู่ เนื่องจากรัฐบาลกลางตำหนิมินนิอาโพลิสที่ดำเนินนโยบาย "เมืองที่พักพิง" ซึ่งปฏิเสธการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในการปราบปรามผู้อพยพ ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นเรียกร้องให้ถอนกำลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางกว่า 3,000 นายที่ถูกส่งเข้ามาตามคำสั่งของทรัมป์ออกไปทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของคนในพื้นที่.


ที่มา BBC