ทางการกัมพูชาเผยว่า เจ้าหน้าที่บุกทลายฐานของแก๊งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่อีกแห่งในเมืองบาเวต จับผู้ต้องสงสัยได้กว่า 2,000 คน และเกือบทั้งหมดเป็นชาวจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 2 ก.พ. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่กัมพูชาดำเนินการบุกตรวจค้นฐานของแก๊งมิจฉาชีพครั้งใหญ่ โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้กว่า 2,044 คน ท่ามกลางแรงกดดันจากประเทศจีนให้ปราบปรามอุตสาหกรรมการหลอกลวงออนไลน์อย่างจริงจัง

จากรายงานของกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา พบว่าในจำนวนผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้นเป็นชาวจีนเกือบ 1,800 คน

แถลงการณ์ของกระทรวงฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชาได้ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในวงกว้างเมื่อเช้าวันเสาร์ (31 มกราคม) ที่ผ่านมา ที่กลุ่มอาคารที่พักซึ่งถูกใช้เป็นศูนย์ก่อเหตุฉ้อโกงทางออนไลน์ ในเมืองบาเวต เมืองที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสวายเรียง ทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศเวียดนาม

ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมมีทั้งสิ้น 2,044 คน ประกอบด้วยชาวจีนแผ่นดินใหญ่ 1,792 คน, ชาวเมียนมา 179 คน, ชาวเวียดนาม 144 คน, ชาวไต้หวัน 5 คน ส่วนที่เหลือเป็นชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้

แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่ากัมพูชามีแผนจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติเหล่านี้กลับไปดำเนินคดียังประเทศต้นทางหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คาดว่าผู้ต้องสงสัยชาวจีนจะถูกส่งตัวให้กับรัฐบาลปักกิ่ง เช่นเดียวกับกรณีของนาย เฉิน จื้อ ผู้ก่อตั้งและประธานเครือบริษัท Prince Holding Group ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมออนไลน์ในกัมพูชา และถูกส่งตัวกลับจีนไปเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

นายเฉินถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับกิจกรรมผิดกฎหมายหลายประเภท รวมถึงการเปิดบ่อนคาสิโน การฉ้อโกง การดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และการฟอกเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรม

...

สำนักข่าว Cambodia China Times รายงานเมื่อคืนวันเสาร์ว่า การบุกค้นที่เมืองบาเวตครั้งนี้ถือเป็น “ปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุด” นับตั้งแต่กัมพูชาเริ่มมาตรการปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ทั่วประเทศเมื่อไม่นานมานี้

นายทัช สุขะ (Touch Sokhak) โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาระบุว่า การบุกตรวจค้นครั้งล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นอย่างแท้จริงว่า รัฐบาลกัมพูชาจะไม่มีวันผ่อนปรนในการกวาดล้างอาชญากรหลอกลวงออนไลน์ และย้ำด้วยว่า “กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์ แต่เป็นนรกสำหรับอาชญากร”

ทั้งนี้ กลุ่มอาคารในเมืองบาเวตที่ถูกบุกตรวจค้นประกอบด้วยอาคาร 22 หลัง ดำเนินกิจการคาสิโนบังหน้า และมีรายงานว่าสถานที่แห่งนี้ถูกใช้เพื่อกระทำการผิดกฎหมายมาอย่างยาวนาน ซึ่งรวมถึงการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ด้วย

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กัมพูชากระจายกำลังเข้าปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายในพื้นที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงจังหวัดสีหนุวิลล์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงพนมเปญไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 250 กิโลเมตร

สำนักข่าว Cambodia China Times อ้างว่า มาตรการปราบปรามที่เข้มงวดนี้ส่งผลให้เว็บไซต์หลอกลวงหลายแห่งตัดสินใจปิดตัวลงเอง และกลุ่มผู้เกี่ยวข้องต่างพากันหลบหนีออกจากพื้นที่

คณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ของกัมพูชาเปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยรวมทั้งสิ้น 5,106 ราย จาก 23 ประเทศ ในข้อหาฉ้อโกงออนไลน์ในกัมพูชา โดยมีผู้ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางแล้วทั้งหมด 4,534 ราย


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna