ภาคประชาสังคมและกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายในฟิลิปปินส์ยื่นคำร้องถอดถอนรองประธานาธิบดีซารา ดูเตอร์เต อีกครั้ง กล่าวหานำเงินสาธารณะไปใช้โดยไม่ชี้แจง ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีศึกษาธิการ พร้อมรื้อข้อกล่าวหาขู่ลอบสังหารประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์

ผู้นำภาคประชาสังคมและสมาชิกกลุ่มพันธมิตรฝ่ายซ้ายของฟิลิปปินส์ ได้รวมตัวยื่นคำร้องขอถอดถอน นางซารา ดูเตอร์เต รองประธานาธิบดี ออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากที่กระบวนการก่อนหน้านี้ถูกระงับโดยคำสั่งศาลสูงสุดเมื่อปีที่ผ่านมา

คำร้องดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่การกล่าวหาว่า นางซาราใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการบริหารจัดการงบประมาณสาธารณะมูลค่าประมาณ 612.5 ล้านเปโซ (ราว 329 ล้านบาท) ในช่วงที่เธอดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ ยังมีการรื้อฟื้นประเด็นที่เธอกล่าวข่มขู่จะลอบสังหารนายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดี ซึ่งเคยเป็นพันธมิตรทางการเมืองกันมาก่อน

ประเด็นหลักที่ถูกนำมายื่นในครั้งนี้คือความไม่โปร่งใสของงบประมาณจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถอธิบายที่มาที่ไปได้ โดย เลลา เดอ ลิมา อดีตวุฒิสมาชิกผู้สนับสนุนคำร้องระบุว่า "ถึงเวลาแล้วที่รองประธานาธิบดีซาราต้องแสดงความรับผิดชอบ" โดยคำร้องฉบับนี้ได้ปรับปรุงเนื้อหาให้รัดกุมและมีความชัดเจนทางกฎหมายมากขึ้นกว่าฉบับเดิมที่เคยถูกศาลสูงสุดตีตกไปเนื่องจากผิดกฎเกณฑ์การยื่นคำร้องซ้ำซ้อนในปีเดียวกัน

ทางด้านทีมทนายความของนางซาราได้ออกแถลงการณ์แสดงความมั่นใจว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่มีมูลความจริงและจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ในวันเดียวกัน คณะกรรมการยุติธรรมของสภาผู้แทนราษฎรได้เริ่มกระบวนการไต่สวนคำร้องถอดถอน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ เช่นกัน โดยเขาถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงงบประมาณโครงการควบคุมน้ำท่วมมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น "โครงการทิพย์" หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีอยู่จริง

...

ประเด็นนี้สร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนฟิลิปปินส์อย่างมาก เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมา หลายเมืองในฟิลิปปินส์ต้องจมอยู่ใต้น้ำจากพายุไต้ฝุ่นรุนแรง แต่โครงการป้องกันน้ำท่วมกลับไม่มีประสิทธิภาพตามงบประมาณที่เสียไป

บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา กลุ่มผู้ประท้วงประมาณ 100 คนจากกลุ่ม Makabayan ได้รวมตัวกันถือป้ายเรียกร้องให้ขับไล่ทั้งประธานาธิบดีมาร์กอสและรองประธานาธิบดีซารา โดยระบุว่าเป็นการประท้วงเพื่อเตือนสติเหล่านักการเมืองว่าความจงรักภักดีควรมีให้แก่ประชาชน ไม่ใช่ต่อตระกูลการเมืองหรือผู้มีอำนาจ

ตามรัฐธรรมนูญของฟิลิปปินส์ หากสภาผู้แทนราษฎรมีมติถอดถอน เรื่องจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อทำการพิจารณาคดี หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง ผู้ดำรงตำแหน่งจะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที และจะถูกสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองตลอดชีวิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเส้นทางของนางซารา ดูเตอร์เต ที่ถูกคาดหมายว่าจะลงชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2028.


ที่มา AFP