นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ตกเป็นเป้าความสนใจ หลังชื่อโผล่ในเอกสารลับชุดล่าสุดของคดี "เจฟฟรีย์ เอพสตีน" เผยเป็นอีเมลหารือกันระหว่างเอพสตีนและพันธมิตร เพื่อดึงตัวอันวาร์เข้าหาธนาคารยักษ์ใหญ่ JP Morgan หวังเป็น "ขุมทอง" ในอนาคต ด้านฝ่ายค้านมาเลเซียจี้ให้ออกมาคำชี้แจงด่วน

ชื่อของนายอันวาร์ อิบราฮิม ปรากฏอยู่ในกลุ่มเอกสารชุดล่าสุดที่เปิดเผยโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ  ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีของ เจฟฟรีย์ เอพสตีน อดีตนักการเงินผู้ล่วงลับที่เคยถูกจับกุมในคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ อย่างไรก็ตาม ชื่อของอันวาร์ไม่ได้ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับการทำผิดทางเพศหรือการเดินทางไปยังเกาะส่วนตัวของเอพสตีนแต่อย่างใด แต่เป็นการพูดถึงในบริบทของ "โอกาสทางธุรกิจและการเมือง"

จากอีเมลฉบับวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2012 พันธมิตรของเอพสตีน (ซึ่งถูกปกปิดชื่อ) ได้ส่งข้อความสอบถามว่า ควรจัดให้มีการพบกันเป็นการส่วนตัวระหว่างอันวาร์ กับบุคคลที่ชื่อว่า "Jes" ซึ่งเชื่อกันว่าคือ เจส สเตลีย์ ซีอีโอด้านวานิชธนกิจของ JP Morgan ในขณะนั้น เพื่อผลประโยชน์ในอนาคตของธนาคารหรือไม่

ในอีเมลระบุว่า "ถ้าเขากลายเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เขาจะมาสะสางเรื่องต่างๆ และนี่อาจเป็นขุมทอง (Gold mine) สำหรับ JPM" นอกจากนี้ผู้ส่งอีเมลยังอ้างว่ารู้จักอันวาร์เป็นอย่างดีและสนิทสนมกันมานานหลายปี แม้ในช่วงที่คนอื่นคิดว่าอาชีพการเมืองของเขาจบสิ้นลงแล้ว

ด้านเอพสตีนได้ตอบกลับอีเมลดังกล่าว โดยเสนอให้จัดการพบกันในช่วงเดือนพฤษภาคม และยังแนะนำให้เสนอแผนการสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวูดในมาเลเซีย เพื่อเป็นการจูงใจ โดยอ้างถึงผู้กำกับชื่อดังอย่าง "วู้ดดี้ อัลเลน" ที่เคยทำหนังในหลายประเทศเพื่อแลกกับเงินสนับสนุน

...

ช่วงเวลาที่เกิดการแลกเปลี่ยนอีเมลดังกล่าว คือหนึ่งปีก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2013 ของมาเลเซีย ซึ่งในเวลานั้นอันวาร์เป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้าน (Pakatan Rakyat) และได้รับความนิยมอย่างสูงจากชาติตะวันตกในฐานะนักปฏิรูป ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิดว่าสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอาจให้การสนับสนุนเขาในการเปลี่ยนผ่านอำนาจ ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้จริงในปี 2022

ล่าสุด Pemuda Bersatu หรือ ฝ่ายเยาวชนของพรรค Malaysian United Indigenous Party (BERSATU) ในมาเลเซีย นำโดยนายนาอิม บรันเดจ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสาร ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ชี้แจงความจริง ว่าเคยมีการพบปะกับเอพสไตน์หรือบุคคลที่ระบุในเอกสารหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียถูกมองว่าเป็น "ขุมทอง" ของสถาบันการเงินต่างชาติ

ทั้งนี้ เอกสารชุดดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมาตามนโยบายความโปร่งใสในการตรวจสอบคดีเอพสตีน เนื่องจากเขามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับบุคคลระดับสูงจำนวนมาก รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วย ส่วนเจฟฟรีย์ เอพสตีน ได้เสียชีวิตลงในเรือนจำเมื่อปี 2019 ซึ่งมีรายงานว่าเป็นการฆ่าตัวตาย.


ที่มา Malaysiakini