รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนอีกครั้ง แม้วุฒิสภาจะเห็นชอบข้อตกลงงบประมาณแล้ว เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรยังอยู่ระหว่างปิดสมัยประชุมสภา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วนแล้ว ในวันเสาร์ที่ 31 ม.ค. 2569 แม้ว่าบรรดาวุฒิสมาชิกจะเห็นพ้องในวินาทีสุดท้าย ที่จะอนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณ ให้หน่วยงานส่วนใหญ่ยังมีเงินใช้ไปจนถึงเดือนกันยายนก็ตาม
การขาดช่วงของงบประมาณเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันเสาร์ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เนื่องจากร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม
อนึ่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทำข้อตกลงดังกล่าวกับพรรคเดโมแครต หลังจากที่ทางพรรคปฏิเสธที่จะเพิ่มงบประมาณสำหรับการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง สืบเนื่องจากเหตุการณ์เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ ในเมืองมินนีแอโพลิสจนเสียชีวิต 2 ศพในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีที่ผ่านมา ที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วน โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม 2568 และดำเนินต่อเนื่องนานถึง 43 วัน ซึ่งถือเป็นการชัตดาวน์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อบริการที่สำคัญของรัฐ รวมถึงการเดินทางทางอากาศ เจ้าหน้าที่รัฐนับแสนคนไม่ได้รับค่าจ้างนานหลายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าการชัตดาวน์ครั้งล่าสุดนี้ไม่น่าจะยาวนานหรือขยายวงกว้างเท่าครั้งก่อน เนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดจะกลับมาเปิดสมัยประชุมในวันจันทร์นี้ (2 ก.พ.)
แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ทำเนียบขาวได้สั่งการให้หลายหน่วยงาน ซึ่งรวมถึงกระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงกลาโหม ดำเนินการตามแผนรองรับการชัตดาวน์ไปก่อน
...
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กระตุ้นให้สมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบกับข้อตกลงดังกล่าว
ขณะที่บรรดาสมาชิกสภานิติบัญญัติวางแผนที่จะใช้เวลาช่วง 2 สัปดาห์ที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ยังมีงบประมาณสนับสนุนอยู่ ในการเจรจาเพื่อหาข้อสรุปเรื่องข้อตกลง โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้ข้อตกลงนั้นรวมไปถึงนโยบายใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองด้วย
“เราจำเป็นต้องควบคุม ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร) และยุติความรุนแรง” นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภากล่าว โดยอ้างถึงหน่วยงาน ICE
“นั่นหมายถึงการยุติการลาดตระเวนแบบสุ่ม (Roving patrols) หมายถึงการกำหนดให้มีกฎระเบียบ การตรวจสอบ และหมายศาล... ต้องไม่มีการสวมหน้ากากอำพราง กล้องบันทึกภาพต้องเปิดใช้งานตลอดเวลา และเจ้าหน้าที่ต้องมีสัญลักษณ์ระบุตัวตนที่ชัดเจน ต้องไม่มีตำรวจลับ”
ทั้งสมาชิกสภาจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อยุทธวิธีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองนำมาใช้ ภายหลังเหตุการณ์ยิงนาย อเล็กซ์ เพรตติ เสียชีวิตที่เมืองมินนีแอโพลิสเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่อ้างว่าต้องยิงเพื่อป้องกันตนเอง แต่ภาพจากคลิปแสดงให้เห็นว่า นายเพรตติไม่ได้พยายามขัดขืน หรือมีอาวุธในมือแต่อย่างใด
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc