ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุโดรนรัสเซียโจมตีรถไฟโดยสารในภูมิภาคคาร์คิฟ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยโดรนลำหนึ่งได้พุ่งชนตู้โดยสารโดยตรง ขณะที่อีกสองลำระเบิดในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย และบาดเจ็บอีกหลายคน
เซเลนสกีระบุว่า ในขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในตู้โดยสารที่ถูกโจมตี 18 คน และรวมทั้งขบวนมากกว่า 200 คน พร้อมย้ำว่าการพุ่งเป้าไปที่พลเรือนเช่นนี้ "ไม่มีเหตุผลอันสมควรทางทหารใดๆ" เซเลนสกีโพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ว่า "ไม่ว่าในประเทศใด การโจมตีรถไฟพลเรือนด้วยโดรนย่อมถูกมองในลักษณะเดียวกัน นั่นคือการก่อการร้ายโดยแท้จริง"
นอกจากการโจมตีรถไฟแล้ว รัสเซียยังได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ที่เมืองโอเดสซา ถูกถล่มด้วยโดรนมากกว่า 50 ลำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บนับสิบคน อาคารที่พักอาศัยถล่มลงมาหลายชั้น และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ส่วนในภูมิภาคเคียฟ โดรนโจมตีอพาร์ตเมนต์ใกล้เมืองหลวง ส่งผลให้คู่สามีภรรยาเสียชีวิต และลูกวัย 4 ขวบได้รับบาดเจ็บ
จนถึงขณะนี้ รัสเซียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุโจมตีดังกล่าว ขณะที่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัดที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ชาวยูเครนนับล้านคนต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเครื่องทำความร้อน ไฟฟ้า และน้ำประปา
อัยการภูมิภาคคาร์คิฟระบุว่า รถไฟขบวนดังกล่าวเดินทางจากเมืองชอป บริเวณชายแดนตะวันตก มุ่งหน้าสู่เมืองบาร์วินโคเว โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสำคัญที่ชาวบ้านและทหารใช้สัญจรเพื่อลางานกลับบ้าน
แม้รัสเซียจะยังคงโจมตีทางอากาศรายวัน แต่ความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเจรจาระหว่างยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทุกฝ่ายมองว่าเป็นไปในทางบวก อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเขตแดนยังคงหาข้อสรุปไม่ได้ และคาดว่าจะมีการเจรจารอบใหม่ในช่วงสุดสัปดาห์นี้.
...
ที่มา BBC